รักษาการ ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกยุทธวิธีตำรวจและการประเมินสถานการณ์ ในหน้าที่งานป้องกันปราบปราม

20.05.24 | 13:06 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่อาคารฝึกยุทธวิธี กองกำกับการสายตรวจ 191 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (กก.สายตรวจ บก.สปพ.) เขตจตุจักร กทม. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจและการประเมินสถานการณ์ในหน้างานป้องกันปราบปรามของกองบัญชาการตำรวจนครบาล” โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ 191 พร้อมผู้แทนระดับ รอง ผบก. บก.น.1-9 รอง ผกก.ป. ทั้ง 88 สน. และผู้เข้ารับการฝึกอบรม รุ่นที่ 1 บก.น. 2 จำนวน 55 นาย พร้อมร่วมรับชมการแสดงสาธิตยุทธวิธีตำรวจในการเข้าระงับเหตุจับกุมคนร้าย


พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความสลับซับซ้อนตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปการก่อเหตุของคนร้ายมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายป้องกันปราบปรามจะต้องประสบกับความท้าทายในการเข้าเผชิญเหตุ ระงับเหตุ และจับกุมคนร้าย ทั้งวิกลจริต คลุ้มคลั่ง มีอาวุธและไม่มีอาวุธ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และอาวุธ ในการเข้าระงับเหตุ อาจเกิดการสูญเสียทั้งทรัพย์สิน ชีวิต และร่างกายของคนร้ายหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติขึ้นได้

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีภารกิจ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามถือเป็นเจ้าหน้าที่ด่านแรก ที่ต้องเข้าเผชิญเหตุดังนั้นจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการพัฒนา ฝึกทบทวนยุทธวิธีอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดทักษะ และมีความพร้อมในยุทธวิธีสามารถแก้ไขเหตุเป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือระเบียบปฏิบัติประจำ โดยสอดคล้องกับหลักกฎหมาย และสามารถประเมินสถานการณ์ที่เข้าเผชิญเหตุได้อย่างเป็นระบบเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนและสังคมได้ จึงจัดให้มีโครงการฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจ และการประเมินสถานการณ์ในหน้างาน ป้องกันปราบปรามของ บช.น. ขึ้น โดยให้ บก.น. 1-9 พิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจในสังกัด จำนวน 88 สถานี สถานีละ 5 นาย รวม 440 นาย แบ่งการฝึกทบทวนออกเป็น 9 รุ่น มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถตอบโต้ปัญหาจากสถานการณ์ต่างๆ ภายใต้ความกดดันสูง อีกทั้งเพื่อให้ผู้สำเร็จการฝึกทบทวน สามารถกลับไปเป็นครูต้นแบบด้านยุทธวิธี

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการมาเป็นประธานในโครงการฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจและการประเมินสถานการณ์ในหน้างานป้องกันปราบปรามของ บช.น.ครั้งนี้ ตนเมีความห่วงใยกับเจ้าหน้าที่สายตรวจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านงานป้องกันและปราบปรามจึงหารือกับ พล.ต.ท.สำราญ ที่ได้เห็นความสำคัญของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านสายตรวจออกปฏิบัติหน้าที่และอาจจะพบเจอสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้าต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยง จึงต้องให้ความสำคัญกับทักษะในการเข้าระงับเหตุ โดยบางครั้งผู้ปฏิบัติงานอาจจะหลงลืม ทักษะหรือยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่เกิดขึ้นได้ อาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่โดยทิ้งให้ครอบครัวต้องอยู่แบบขาดเสาหลักไป การที่ บช.น.ริเริ่มโครงการดังกล่าว 9 รุ่นนับจากนี้ไปถือว่าเป็นสิ่งคอยกระตุ้นเตือนให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน มีทักษะและความชำนาญในขณะเข้าใช้ยุทธวิธีในการระงับเหตุ ซึ่งการประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เช่น จำเป็นที่ตอนใช้กำลังเพียงแค่ 2 นายหรือต้องมีการเรียกกำลังเสริมจากสถานีตำรวจหรือหน่วยงานข้างเคียงที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ การประเมินในแต่ละสถานการณ์จำเป็นต้องยึดมั่นในอุดมคติของตำรวจคือ “ต้องรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต”

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ จัดทำโครงการฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจและการประเมินสถานการณ์ในหน้างานป้องกันปราบปรามของ บช.น.ในระดับสารวัตรต่อไป เพื่อให้เกิดทักษะและความชำนาญในระดับของผู้ปฏิบัติที่เหนือขึ้นไป ซึ่งมีความจำเป็นในการควบคุมกำกับและสั่งการ ให้เป็นไปตามยุทธวิธีและการประเมินหน้างานต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย