เช้ามืด 11 ก.พ. เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว

นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) เปิดเผยว่า ในเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว ช่วงเวลาประมาณ 05:34-09:53 น. ตามเวลาในประเทศไทย แม้จันทรุปราคาเงามัวครั้งนี้จะกินเวลานานถึง 4 ชั่วโมง 19 นาที แต่ในประเทศไทยดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 06:42 น. เราจึงมีเวลาสังเกตการณ์จันทรุปราคาเงามัวในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 05:34-06:40 น. เท่านั้น เงามัวจะบังมากที่สุดในเวลาประมาณ 07:43 น. หากสังเกตด้วยตาเปล่าจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามัวของโลกบางส่วน ไม่ได้ผ่านเข้าไปในบริเวณเงามืด ดวงจันทร์จึงไม่เว้าแหว่ง ยังคงมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงแต่มีความสว่างในส่วนที่อยู่ในเงามัวลดลงเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงดวงจันทร์ใกล้ตกลับขอบฟ้า ดวงจันทร์จะปรากฏใกล้ขอบฟ้ามากทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งของการสังเกตการณ์จันทรุปราคาเงามัวในครั้งนี้ หากใช้กล้องโทรทรรศน์หรือการถ่ายภาพเปรียบเทียบความสว่างขณะเกิดปรากฏการณ์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดวงจันทร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นายศรัณย์ กล่าวว่า สำหรับในปี 2560 ปรากฏการณ์จันทรุปราคาที่สามารถสังเกตเห็นประเทศไทยจะเกิดขึ้นอีกครั้ง คือ “จันทรุปราคาบางส่วน” ในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 7 สิงหาคม ถึงเช้ามืดของวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 00:22 น. และสิ้นสุดเวลา 02:18 น. ดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกมากที่สุดในเวลา 01:20 น. จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งเพียงเล็กน้อย ส่วนจันทรุปราคาเต็มดวงจะกลับมาให้คนไทยชมอีกครั้งในปี 2561 ซึ่งเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง 2 ครั้ง ในปีเดียวกัน ได้แก่วันที่ 31 มกราคม และ 28 กรกฎาคม 2561

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่บานปลาย! ปูตินแจ้งเสียใจหลังบินรัสเซียยิงพลาด ทำทหารตุรกีดับ3ในซีเรีย
บทความถัดไปการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 12