คนกรุงไม่ค่อยเชื่อ ‘หนาว’ 17 องศา แต่แอบลุ้น กรมอุตุฯก็ชี้ กรุงเทพฯเย็นฉ่ำ อุทยานฯจัด 6 พื้นที่ชวนแต่งงาน

กรณีที่นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ ออกมาระบุว่าผลการรายงานของแบบจำลองภูมิอากาศ (วาฟ) แบบจำลองภูมิอากาศของสหรัฐอเมริกา (GFS) และแบบจำลองภูมิอากาศของศูนย์ยุโรป (ECMWF) ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะกลับลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้ง หลังจากที่ได้อ่อนกำลังลงไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ บริเวณความกดอากาศสูงจะแผ่ลงมาแรงมาก โดยเส้นความกดอากาศสูงที่ 1020 เฮกโตปาสคาล ซึ่งเป็นเส้นความกดอากาศสูงที่บ่งบอกว่าอากาศหนาวจะแผ่เข้ามาถึงภาคกลางในช่วงวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ ดังนั้น จะทำให้ตั้งแต่วันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็น โดยภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศจะหนาว ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครอากาศจะเย็นถึงค่อนข้างหนาว โดยอุณหภูมิในช่วงเช้าจะอยู่ที่ 17-19 องศาเซลเซียส ในตอนเช้าของวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ ส่วนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง และส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่ากรุงเทพฯจะหนาวโดยมีอุณหภูมิลดลงเหลือ 17 องศาเซลเซียสจริงตามการคำนวณของแบบจำลองภูมิอากาศ บางส่วนมีการท้าทายวางเดิมพันกันว่าจะหนาวจริงตามการคำนวณของแบบจำลองดังกล่าวจริงหรือไม่

นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สสนก.กล่าวว่า ไม่เป็นไร และไม่รู้สึกอะไรที่จะมีคนเชื่อหรือไม่เชื่อว่าจะมีอากาศหนาวตามการคำนวณของแบบจำลองภูมิอากาศ เพราะการเกิดเหตุและปรากฏการณ์ทุกอย่างนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามองค์ประกอบที่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ ถึงตอนนี้ผลการคำนวณตัวเลขก็ยังออกมาเหมือนเดิมคือ ยืนยันว่าช่วงเวลาดังกล่าว ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครจะมีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ความกดอากาศสูงจะมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ครั้งนี้ความกดอากาศสูงจะแผ่มาจากประเทศจีนโดยตรงจากด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งโดยสภาพแล้วจะยิ่งทำให้อากาศเย็นกว่าทุกครั้ง อีกทั้งลักษณะการแผ่ของความกดอากาศสูงนั้นยังแผ่ลงมาเป็นแนวยาวจากที่ก่อนหน้านี้จะมาเป็นลิ่มๆ ดังนั้น จะหนาวจริงหรือไม่หนาว อีกไม่กี่วันก็จะรู้กัน

นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.ยึดข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก ซึ่งก็ตรงกับแบบจำลองภูมิอากาศของ สสนก.คำนวณ

“ก็ดีครับ ไม่มีอะไรจะแนะนำ เพราะ กทม.เองคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ประชาชนอาจจะมองเห็นหมอกลงบางๆ ช่วงหัวเช้า ซึ่งไม่ค่อยเห็นได้มากนัก อากาศหนาวๆ นิดๆ น่าจะดีกว่าอากาศร้อน” นายสมพงษ์กล่าว

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ลงนามออกประกาศอากาศแปรปรวนของประเทศไทย ฉบับที่ 6 ระบุว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบก่อนภาคอื่นๆ โดยในช่วงวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-8 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะแรก จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 10-16 กุมภาพันธ์

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ช่วงที่ยังอยู่ในฤดูหนาวซึ่งใกล้กับวันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กรมอุทยานฯเห็นว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมกับการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ ซึ่งบางพื้นที่มีการจัดกิจกรรมวันแห่งความรัก ที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย ดังนั้น ในปีนี้กรมอุทยานฯได้ร่วมกับตัวแทนจังหวัดและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมในพื้นที่อุทยานฯ 6 แห่ง ได้แก่ 1.อุทยานฯหาดเจ้าไหม จ.ตรัง จัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2017 บริเวณเกาะกระดานและบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมอนันตรา สิเกา รีสอร์ต ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2.อุทยานฯเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในโอกาสวันวาเลนไทน์ในเขตอุทยานฯ เขาสก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 3.อุทยานฯผาแต้ม จ.อุบลราชธานี จัดกิจกรรม “ตามฮอยฮัก รักกันที่ผาแต้ม” ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยมีกิจกรรมย่อย ได้แก่ กิจกรรมแห่ขันหมากเบ็งและริ้วธงตุงคู่บ่าว-สาว กิจกรรมจดทะเบียนสมรสให้คู่บ่าว-สาวที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คู่ กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญคู่บ่าว-สาว

นายธัญญากล่าวต่อว่า 4.อุทยานฯเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมโครงการ “วิวาห์พาฝัน ตะวันสามแผ่นดิน 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก” 5.อุทยานฯพุเตย จ.สุพรรณบุรี จัดกิจกรรม “ด่านช้างสื่อรัก บันทึกรักยอดเขาเทวดา” ประจำปี 2560 จัดงานระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ และ 6.อุทยานฯภูกระดึง จ.เลย จัดกิจกรรมโครงการ “วันชื่น คืนสุข ที่สุดแห่งความรัก” โดยมีพิธีจดทะเบียนสมรสบนยอดภูกระดึง ระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์นี้ โดยขอให้คู่รักที่สนใจเข้าร่วมงานติดต่อสอบถามได้ที่กรมอุทยานฯ และอุทยานฯทั้ง 6 แห่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon