หน้าแรก ในประเทศ บุกวัดในหล่มส...

บุกวัดในหล่มสัก สอบเจ้าอาวาสหลังโซเชียลชี้ประพฤติเบี่ยงเบน-ตั้งราคาเทศนาสูง

10.02.17 | 10:00 น.
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ความคืบหน้ากรณีเจ้าอาวาสวัดดังในเขต อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังถูกสื่อโซเชียลมีเดียแฉว่ามีพฤติกรรมแต๋วแตก พร้อมกับใช้สื่อโซเชียลตั้งราคาค่าเทศนาธรรมตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท กระทั่งถูกสังคมรุมประณามพฤติกรรมไม่เหมาะสม ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) คณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ฝ่ายปกครอง และตำรวจพระ นำโดย พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน.28 นายวิโรจน์ ไผ่ย้อย ผช.ผอ.พศจ.เพชรบูรณ์ นายอำนาจ พูนยอด ปลัดอำเภอหล่มสัก และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้รุดไปที่วัดที่เกิดเหตุอื้อฉาวดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่าเจ้าอาวาสนักเทศน์ได้เดินทางไปต่างจังหวัดและอยู่ระหว่างเดินทางกลับ ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงปักหลักรอพิสูจน์ความจริง
รายงานระบุว่าระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รอเจ้าอาวาสอยู่ภายในวัด ได้มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบวัดจำนวนราว 60 คน ซึ่งได้ทราบข่าวจึงทยอยกันเดินทางมาสังเกตการณ์ และเริ่มมีการกดดันทางคณะเจ้าหน้าที่ โดยการจี้ให้เจ้าหน้าที่นำตัววัยรุ่นข้างวัดที่มีเพจดังแฉว่าเป็นกิ๊กหรือคู่ขากับเจ้าอาวาสมาพิสูจน์ความจริงให้ได้ นอกจากนี้ยังนำ 2 ผู้พิการที่เจ้าอาวาสรับอุปการะมาพบเจ้าหน้าที่อีกด้วย กระทั่ง พ.ท.เกียรติอุดมต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงวัตถุประสงค์ที่คณะเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้รอติดตามดูผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. วันเดียวกัน เจ้าอาวาสจึงเดินทางมาถึงวัด จากนั้นได้นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในกุฏิ ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและความผิดที่จะให้เจ้าอาวาสลาสิกขาได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังพบว่ามีอุปกรณ์ไวไฟและคอมพิวเตอร์อยู่ภายในกุฏิ ประกอบกับเจ้าอาวาสเป็นพระรูปเดียวภายในวัด จึงสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งมั่วสุม เนื่องจากทราบว่ามีวัยรุ่นชอบมาใช้เครือข่ายไวไฟสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ตทางมือถือและมั่วสุมกันภายในวัด นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังขอเจ้าอาวาสตรวจสอบปัสสาวะ ซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หลังการตรวจสอบทางพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) ได้ตักเตือนพร้อมกับตำหนิโทษเจ้าอาวาสไว้ หลังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม และยังห้ามมิให้เจ้าอาวาสนักเทศน์ใช้สื่อโซเชียลอีกด้วย โดยมีการทำบันทึกคาดโทษไว้ หากยังแสดงพฤติกรรมดังกล่าวอีกให้ลาสิกขาไปเพื่อไม่ให้แปดเปื้อนวงการสงฆ์และพุทธศาสนา ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ขอให้เจ้าอาวาสปิด-เปิดอุปกรณ์ไวไฟเป็นเวลา เพื่อป้องกันวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมภายในวัด และหากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการโดยทันที นอกจากนี้ยังขอให้ชาวบ้านและชุมชนช่วยกันดูแลวัด รวมทั้งพฤติกรรมของพระอีกด้วย
ด้านนายวิโรจน์ ไผ่ย้อย ตัวแทนจากสำนัก พศจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในทางโลก เมื่อไม่พบหลักฐานการทำผิดก็คงทำอะไรไม่ได้มาก ส่วนทางสงฆ์ก็มีการคาดโทษไว้ เพราะเจ้าอาวาสรูปนี้มีการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมแต่ไม่ถึงขั้นปาราชิก ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ยอมรับว่าจะปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะบทบาทการทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำชุมชนแห่งนี้