ปลัด กทม. ลั่นส่งหลักฐานทุจริต 6 เคส ให้หน่วยงาน 4ป สืบสวนต่อ-สั่งพักราชการ นายช่างโยธา เร่งสอบวินัย

21.05.24 | 17:16 น.

ปลัด กทม. ลั่นส่งหลักฐานทุจริต 6 เคส ให้หน่วยงาน 4ป  สืบสวนต่อ-สั่งพักราชการ นายช่างโยธา เร่งสอบวินัยให้เร็วที่สุด

จากกรณี นายภีมพงษ์ หิรัญพฤกษ์ อายุ 46 ปี นายช่างโยธาชำนาญงาน กองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักงานโยธา กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.40/2567 ลงวันที่ 17 พ.ค.2567 ข้อหา “เป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงผลประโยชน์โดยมิชอบ” ซึ่งมีการเรียกรับสินบน จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยแก้ไขแบบแนวเขตโครงการถนนเลียบวารี ไม่ให้เข้าไปในเขตสนามกอล์ฟวินด์เซอร์ปาร์ค แอนด์ กอล์ฟคลับ เขตหนองจอก

นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) มีการเซ็นหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กับนายภีมพงษ์ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว (20 พ.ค.67) ส่วนวันนี้มีการเซ็นหนังสือให้พักราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตนได้เร่งให้มีการสอบสวนวินัยฯ ไม่ให้เกินกรอบระยะเวลา 120 วัน เนื่องจากมีหลักฐานของทางตำรวจ จะทำให้การสอบวินัยมีความรวดเร็วขึ้น

นางวันทนีย์กล่าวว่า กทม.ให้ความร่วมมือ ส่งข้อมูลหลักฐานให้กับทางหน่วยงาน 4ป ประกอบด้วย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต่อมาเมื่อมีการดำเนินคดี กทม.จึงดำเนินการทางวินัย

“กรณีเกิดเรื่องมานานแล้ว มีการเรียกรับเงินหลายช่วง โดยปรากฏชัดเมื่อกลางปี 2566 ผอ.สนย.ยืนยันว่าแนวเขตโครงการถนนเลียบวารี ไม่ได้เข้าเขตสนามกอล์ฟอยู่แล้ว ไม่สามารถทำได้ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง เลยนำเรื่องนี้ไปร้องทาง ป.ป.ช. และมีการประสานกันภายในจนมั่นใจ ทางตำรวจได้ไปสืบสวนต่อ จนความชัดเจนขึ้นกำหนดวันดีเดย์เข้าจับกุม แต่ดูเหมือนว่าผู้ต้องหาจะรู้ตัวก่อน จึงมีการขายรถพอร์ช มีการเก็บของที่สำนักงาน แต่สุดท้ายไม่ทันตำรวจ จนได้หมายจากศาลเข้าจับกุมตามที่ปรากฏในข่าว” นางวันทนีย์กล่าว

Advertisement

นางวันทนีย์กล่าวว่า ส่วนที่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขอให้ทางตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สืบสวนต่อ รวมถึงการขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนกับขบวนการ “แก๊ง 1%” ด้วย ซึ่งอาจจะไม่ได้มีแค่ที่สนามกอล์ฟฯ แต่เชื่อมไปยังการประมูลงานโครงการต่างๆ ของ กทม.ด้วย

ส่วนอีก 6 เคสการทุจริต ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ตอนนี้ทาง กทม.ได้ส่งหลักฐานให้ทาง บก.ปปป. ป.ป.ท. ป.ป.ช. และ ปปง.ไปสืบสวนต่อ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเคสของนายภีมพงษ์ แต่เป็นหน่วยงานอื่นๆ ของ กทม. อย่างไรก็ตาม เคสของนายภีมพงษ์ เป็นการ Kick off ปราบปรามทุจริตอย่างจริงจังของ กทม.

ทั้งนี้ ผอ.สนย.ได้ลงนามในคำสั่งสำนักการโยธา แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง 3 ท่าน เพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 มาตรา 52 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2554 ข้อ 24 และข้อ 25 ของกฎ ก.ก. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 ประกอบด้วยมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 โดยให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงพิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ก. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 แล้วนำเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่า กรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงบุคคลอื่น ให้ดำเนินการตามข้อ 56 หรือข้อ 57 ของกฎ ก.ก. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 แล้วแต่กรณี

พร้อมอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 มาตรา 52 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2554 ประกอบมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และข้อ 85 ข้อ 89 ของกฎ ก.ก. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 สั่งให้ข้าราชการรายดังกล่าวพักราชการตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง (21 พ.ค.67) เป็นต้นไป โดยหากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน สามารถโต้แย้งได้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร หรือ ก.พ.ค. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2565 ประกอบกับข้อ 8 และข้อ 31 ของกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ.2555