ภัณฑารักษ์ ‘เดอะเมท’ ไม่สงสัย สตรีพนมมือ คนในราชสำนักแน่ เชื่อผลิตที่ ‘เมืองพระนคร’
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) พระนคร น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีรับมอบโบราณวัตถุ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ 1. ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะ (The Standing Shiva) หรือ Golden Boy และ 2.ประติมากรรมรูปสตรีพนมมือ (The Kneeling Female) จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน หรือเดอะ เมท (The Metropolitan Museum of Art หรือ The MET) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่ประเทศไทย โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายจอห์น กายผู้แทนพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน สหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วม
ในตอนหนึ่ง นายจอห์น กาย ภัณฑารักษ์ แผนกศิลปะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน นครนิวยอร์ก กล่าวถึง
ประติมากรรมรูปสตรีนั่งชันเข่าพนมมือ ประดับด้วยเพชรพลอย และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นสตรีในราชสำนัก กระทำกิริยาท่าทางการสักการะตามธรรมเนียม ท่านั่งโดยพับขาข้างหนึ่งไว้ข้างใต้ เท้ามองเห็นได้จากด้านหลัง มีลักษณะเป็นธรรมชาติ และปฏิบัติตามมารยาทในการนั่งต่อหน้าพระราชวงศ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงพบเห็นอยู่ในปัจจุบันในไทย การสร้างประติมากรรมสำริดในลักษณะนี้ ต้องทุ่มเทและใช้ทรัพยากรอย่างมาก เนื่องจากมูลค่าของโลหะมีราคาสูงมาก
ในความคิดเห็นของตนเชื่อว่า ผลิตขึ้นในโรงหล่อหลวงบริเวณชั้นในของเมืองพระนคร ดังเช่น โรงถลุงแร่และหล่อโลหะแห่งหนึ่งภายในบริเวณพระราชวังที่นครธมที่ได้รับการสำรวจทางโบราณคดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประติมากรรมทั้งสองชิ้นหล่อด้วยกระบวนการสูญขี้ผึ้ง โดยมีแกนเหล็กที่ยื่นออกมาจากส่วนมงกุฎถึงเท้า เมื่อการตกแต่งในขั้นตอนสุดท้ายบนพื้นผิวสำริด ทำได้อย่างประณีตและละเอียด
“เมื่อตรวจสอบพระพักตร์ของทั้งพระศิวะและสตรีนั่งชันเข่าโดยละเอียด พบว่าทั้งสององค์มีการตกแต่งด้วยการฝังแก้ว หินผลึก และโลหะที่แตกต่างกัน คือ ทองคำและเงิน พระเนตรของพระศิวะล้อมด้วยเงินและพระเนตรดำอาจเคยมีหินคริสตัลฝังอยู่ หนวดและเคราก็มีร่องรอยการประดับตกแต่งด้วยการฝังวัตถุเช่นเดียวกัน
ประติมากรรมทั้งสองชิ้นนี้ติดตั้งอยู่บนแท่นหินในเทวสถานที่สร้างด้วยศิลาแลงหรืออิฐ สว่างไสวด้วยตะเกียงน้ำมัน จึงมีอำนาจและสง่างามน่าหลงใหล พระศิวะประทับยืนเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาที่สำคัญสำหรับการสักการะในวิหารหลวง อาจจะทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน โดยเป็นตัวแทนของเทพเจ้าและรูปบรรพบุรุษใกล้ชิดของกษัตริย์ จารึกหลายฉบับกล่าวถึงวัดหลวงที่อุทิศให้กับบรรพชนผู้ล่วงลับของชนชั้นปกครอง และรูปเคารพนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นตามหลักการดังกล่าว แม้ว่ารูปเคารพดังกล่าวถูกกำหนดไว้เพื่อการสักการะของราชวงศ์ที่นครวัด แต่เป็นที่น่าประหลาดใจว่า รูปเคารพเหล่านี้ถูกส่งไปประดิษฐานยังเมืองสำคัญของอาณาจักรเขมรด้วย” ภัณฑารักษ์ ‘เดอะเมท’ กล่าว

