รวบ ‘ครูจู้ 77 Musical’ ครูสอนเปียโน ทำอนาจารลูกศิษย์นับสิบ คลิปลามก-หลักฐานอื้อ

22.05.24 | 10:16 น.

สืบนครบาลรวบ ‘ครูจู้ 77 Musical’ ครูสอนเปียโนย่านพระโขนง หลังก่อเหตุอนาจารลูกศิษย์วัย 10 ขวบ


เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว. กก.4 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.สส.2ฯ ปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร. ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว.ฝอ. บก.สส.บช.น. ร.ต.ท.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฯ ปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ อ้นชูฤทธิ์ รอง สว.สอบสวน สน.ดินแดง ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์ รอง สว.ฝอ.2ฯ ปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร.ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาลร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายวีระนันต์ หรือครูจู้ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.481/2567 โดยจับกุมตัวได้ที่ โรงเรียนสอนดนตรี 77 Musical ถ.สุขุมวิท 77 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

โดยกล่าวหาว่า “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” และถูกดำเนินคดีเพิ่มในข้อหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”

Advertisement

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง จำนวน 6 รายการ
1.โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง
2.iPad จำนวน 1 เครื่อง
3.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง
(ของกลางรายการที่ 1-3 ตรวจสอบพบว่ามีคลิปลามกอนาจารเกี่ยวกับเด็ก จำนวนกว่า 1,000 คลิป)
4.ถุงยางอนามัย จำนวน 1 กล่อง
5.ยาคุมฉุกเฉิน จำนวน 1 กล่อง
6.เจลหล่อลื่น จำนวน 1 หลอด
(ของกลางรายการที่ 4-6 ตรวจพบภายในห้องสอนดนตรี ภายในโรงเรียนสอนดนตรีดังกล่าว)

มารดาของนักเรียนวัย 10 ขวบ ที่มาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ให้การว่า ขณะที่นั่งรอลูกสาวเรียนพิเศษดนตรีเปียโน ที่โรงเรียนสอนดนตรี 77 Musical เป็นประจำตามปกติทุกวันศุกร์ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใกล้เคียงกับโรงเรียน แต่ปรากฏว่าลูกสาววิ่งมาหาเธอ ก่อนที่จะถึงเวลาเลิกเรียนตามปกติ ด้วยสภาพร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว และเล่าให้ฟังว่า “ครูจู้ จับxxx หนู” จึงตัดสินใจพาลูกสาวกลับบ้าน

ทั้งนี้ ครูจู้ หรือนายวีระนันต์ เจ้าของโรงเรียนและเป็นครูผู้สอนเปียโน เขาเริ่มแนะนำตนเองว่า “เขาจบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านดนตรีโดยเฉพาะ และได้ใบประกาศทางด้านเปียโน จากต่างประเทศ” จึงให้ลูกสาวของเธอเรียนแบบตัวต่อตัว สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เรื่อยมาจนถึงเดือนมกราคม 2567 ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ขณะที่เธอกำลังนั่งเรียนเปียโนอยู่ตามปกติ “ครูจู้” เริ่มเดินเข้ามาชิดที่หลังเธอ จนเธอรู้สึกตัวได้ว่าเธอถูกเอา “จูจู้” ถูไถไปมาข้างหลังเธอ ทำแบบนี้ซ้ำๆ ทุกวันที่เธอไปเรียนเปียโน

จนเหตุการณ์เริ่มหนักขึ้น เมื่อเริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ขณะที่เธอไปนั่งเรียนเปียโนอยู่บนเก้าอี้เปียโนตามปกติ แต่ครั้งนี้หนักข้อ เมื่อ “ครูจู้” จับเธอนอนลงกับเก้าอี้เปียโน จากนั้นได้ถลกกางเกงของเธอลง พร้อมกับใช้ “ลิ้น” เลียไปที่อวัยวะเพศของเธอ ในตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าครูกำลังทำอะไรและเธอกำลังถูกทำอะไร จึงไม่ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง กระทั่งวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ขณะที่เธอนั่งเรียนเปียโน บรรเลงเพลงตามปกติ จู่ๆ “ครูจู้” ได้ดึงมือของเธอออกจากเปียโนล้วงเข้าไปในกางเกง และบอกกับเธอว่า “ถ้าหนูเอามือไปจับที่จูจู้ของครู จะทำให้ครูผ่อนคลายนะ” ลูกสาวเล่าว่าเธอกลัวมากที่ได้สัมผัสกับสิ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงรีบชักมือออก

ผู้ปกครองคนดังกล่าว ตัดสินใจพาลูกสาวของเธอขอความช่วยเหลือสืบนครบาล และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ “ครูหื่น” รายนี้ไว้แล้ว เรื่องราวทั้งหมดนี้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้การสืบนครบาล จัดทัพ ชุดสืบ “สารวัตรแจ๊ะ” เร่งติดตามไล่ล่าครูหื่นรายนี้มาดำเนินคดี

โดยชุดจับ บุกเข้าไปภายในโรงเรียนสอนดนตรีดังกล่าว ถึงกับผงะ เมื่อพบว่า หลังจากสอนดนตรีเสร็จหมาดๆ เจ้าตัวเปลื้องผ้านอนล่อนจ้อนสไลด์ปั่นหนอนอยู่ภายในห้องนอนก่อนถูกจับกุมได้ในที่สุด เจ้าตัวนำตรวจค้น จนพบว่า ภายในห้องสอนดนตรีที่เจ้าตัวใช้สำหรับสอนดนตรีให้กับเด็กนักเรียนตามปกติ มีถุงยางอนามัย, เจลหล่อลื่น และยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน วางตั้งหลาอยู่บนเปียโนที่ตั้งอยู่กลางห้อง

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้การสืบนครบาล สั่งการขยายผล จนพบว่า ครูหื่นรายนี้ จัดได้ว่าอยู่ในประเภท “อาชญากรใคร่เด็ก” และเมื่อชุดจับตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ของ “ครูจู้” พบคลิปวิดีโอลามกอนาจารเกี่ยวกับเด็ก จำนวนมากกว่า 1,000 คลิป อีกทั้งอาชญากรรายนี้ ยังมีพฤติกรรมแอบถ่ายเด็กนักเรียนสาวที่ตนเองสอน ในขณะใส่ชุดนักเรียน ส่งไปให้กับเพื่อนดูแทบทุกวัน เชื่อได้ว่ายังมีเหยื่อที่เป็นเด็กนักเรียนถูกกระทำอนาจารอีกหลายราย แต่ไม่กล้าเล่าให้ผู้ปกครองฟัง

นายวีระนันท์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “กระทำอนาจารฯ” แต่รับสารภาพในข้อหา “ครอบครองสื่อลามกฯ” โดยให้การว่า “ตนเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรี ซึ่งตนมีความชอบทางด้านดนตรีมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เริ่มหัดเล่นเครื่องดนตรีต่างๆ แทบทุกชนิดเรื่อยมา จนได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย สาขาวิชาดนตรี เมื่อเรียนจบ จึงได้มาเปิดโรงเรียนสอนดนตรีเป็นของตนเอง ซึ่งช่วงปีแรกที่ตนเปิดโรงเรียนนั้น จะใช้วิธีแจกใบปลิวให้คนในละแวกนั้น เพื่อหาเด็กนักเรียน ซึ่งตนใช้ระยะเวลาถึง 10 ปี กว่าจะเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนเรียนดนตรีย่านพระโขนง

ปัจจุบันโรงเรียนสอนดนตรีของตนมีลูกศิษย์ประมาณ 30-40 คน ตั้งแต่ระดับประถมไปจนถึงมหาวิทยาลัยและในส่วนที่ตนถูกกล่าวหานั้น ในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้ามาเรียนเปียโนกับตนตามปกติ แต่ในวันดังกล่าวผู้เสียหายเล่นเปียโนไม่ตรงตามจังหวะที่ตนสอน ตนจึงได้ใช้อารมณ์ต่อว่าด้วยความรุนแรง ซึ่งตนคิดว่าผู้เสียหายอาจจะไม่พอใจตนและกุเรื่องขึ้นไปฟ้องผู้ปกครองว่าตนกระทำอนาจาร และในส่วนของคลิปและรูปภาพในโทรศัพท์มือถือที่ตำรวจตรวจเจอนั้น ยืนยันว่า ตนไม่เคยคิดไม่ดีกับเด็กและลูกศิษย์ เพียงแค่อยากอวดเพื่อนว่ามีลูกศิษย์สวยๆ มาเรียนกับตน”

หลังจับกุมตัวได้ นำตัวนายวีระนันท์ ส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากพยานหลักฐานจากการสืบสวนแน่นหนา ประกอบกับผู้ต้องหารายนี้จัดได้ว่าอยู่ในประเภท “อาชญากรใคร่เด็ก” มีความหมกหมุ่น และคลั่งไคล้ในเรือนร่างของเด็กสาววัยรุ่นจนเรียกได้ว่าเข้าขั้น “โรคจิต” ซึ่งการที่ผู้ต้องหารายนี้มีอาชีพสอนดนตรีให้กับเด็กนักเรียนทั่วไป และจะสอนเฉพาะในรูปแบบ “ตัวต่อตัว” โดยใช้วุฒิการศึกษาของตนเป็นฉากบังหน้า ถือว่าเป็นภัยร้ายต่อสังคม โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้ที่ต้องการส่งลูกหลานเรียนพิเศษเพิ่มความสามารถทางด้านดนตรี เป็นอย่างมาก จึงเชื่อว่ายังมีเด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย แต่ไม่กล้าเล่าให้ผู้ปกครองฟัง หรือไม่กล้าเข้าแจ้งความ ไม่ต้องการให้คนแบบนี้เพ่นพ่านในสังคม

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า อยากให้เด็กสาวที่เคยตกเป็นเหยื่อได้รับความยุติธรรม จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองที่เคยส่งบุตรหลานของท่านมาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ โปรดสอบถามบุตรหลานของท่านว่าเคยถูกบุคคลดังกล่าวกระทำอนาจารหรือไม่ และหากผู้ใดเคยตกเป็นเหยื่อโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท. ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.