ผุด”กก.กฎหมายหนี้นอกระบบ”ฟันฟอกเงิน-ภาษี ขึ้นบัญชีอิทธิพล จ่อจับพัน”เสี่ยวิชัย”1พันคน

10.02.17 | 13:47 น.
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

เมื่อเวลา 10.00. น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม (ศนธ.ยธ.) เป็นประธานในการประชุมหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้นอกระบบ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมการปกครอง และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผลการประชุมในวันนี้ เบื้องต้นได้แต่งตั้งผู้ประสานงานขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งกำหนดรูปแบบในการทำงาน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญต้องดูว่าใครรับผิดชอบด้านไหนเพื่อพิจารณาว่าในกรณีที่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องหนี้นอกระบบต้องมีการบูรณาการกันในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการนำกฎหมายพิเศษมาใช้ทั้งกฎหมายการฟอกเงินและกฎหมายการดำเนินการทางภาษี เนื่องจากเดิมต่างคนต่างทำ ซึ่งบางครั้งเสียดายว่าการบังคับใช้กฏหมายขาดหน่วยงานที่บรูณาการร่วมกัน ไม่สามารถดำเนินการให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีความคิดเห็นที่ตกผลึกร่วมกันว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย โดยให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้นำเสนอเรื่องดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี เพื่อออกคำสั่งมาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ ส่วนผู้ช่วยเลขานุการจะมาจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เช่น ปปง. และกรมสรรพากร เนื่องจากการติดต่อระหว่างหน่วยงานราชการจะขาดความรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นมา เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว จะมีการจัดอันดับผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเป็นรูปธรรมได้ภายใน 3 เดือน

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีของนายวิชัย ปั้นงาม เสี่ยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ ที่ศาลออกหมายจับและถูกอายัดทรัพย์ระหว่างการสอบสวน ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ายิ่งตรวจสอบยิ่งพบเบาะแสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากประชาชนที่เดือดร้อนและพลเมืองดีที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสทรัพย์สินของเครือข่ายดังกล่าวมายังทหารที่อยู่ในพื้นที่และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตลอดเวลา ส่วนกรณีที่จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายวิชัยพร้อมกัน ซึ่งมีกว่า 1,000 คนนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ปรึกษาหารือกับอัยการแล้วว่าจะต้องออกหมายจับพร้อมกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อและนามสกุล รวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัยและภาพถ่ายด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบและไม่ผิดตัว

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ส่วนจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดที่เราสามารถยึดอายัดได้นั้น ขณะนี้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมและรายงานมายังตน เพราะในการกำกับดูแลจำเป็นต้องรู้จำนวนทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อจะได้พิจารณาหาแนวทางจัดการดูแล เพราะทรัพย์สินบางตัวอาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น รถยนต์ และจักรยานยนต์

Advertisement