เปิดพฤติการณ์ หนุ่มบัญชีม้า หลอกลงทุนคริปโท เหยื่อหลงเชื่อ สูญกว่า 11 ล้านบาท

22.05.24 | 20:25 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มบัญชีม้าแก๊งหลอกลงทุน พบผู้เสียหาย 3 ราย ถูกหลอกสูญเงินรวมกว่า 11 ล้านบาท


ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สว.กก.5บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุม นายนัตตพงษ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับรวมจำนวน 2 หมายจับ ที่บ้านพักในพื้นที่ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้แก่

1. หมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.147/2567 ลง 29 มีนาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน“ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันฉ้อโกง”
2. หมายจับศาลอาญา ที่ 3318/2566 ลง 28 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

พฤติการณ์ในส่วนของหมายจับศาลจังหวัดชุมพร สืบเนื่องจากทางผู้เสียหายได้เห็นโฆษณาชักชวนให้ลงทุนทำกิจกรรมขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันออนไลน์ โดยหลอกว่าจะได้รับกำไรเป็นเงินปัญผลตามสัดส่วนที่ลงทุน โดยคนร้ายมีการสร้างแอปพลิเคชันหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่ามีการดำเนินกิจการจริง และแสดงตัวเลขที่จะได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายใช้ (บัญชีม้าซึ่งเป็นชื่อผู้ต้องหา) จำนวน 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2.97 ล้านบาท ต่อมาเมื่อไม่สามารถถอนเงินออกได้ และไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปะทิว จังหวัดชุมพร พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดชุมพรออกหมายจับตามหมายจับดังกล่าว

Advertisement

ในส่วนของหมายจับศาลอาญา สืบเนื่องมาจากมีคนร้ายใช้บัญชีเฟซบุ๊กซึ่งสร้างโปรไฟล์น่าเชื่อถือ ชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุนโดยอ้างว่าเป็นการลงทุนเพื่อกำไรจากการซื้อขายเงินคริปโทเคอร์เรนซี จนผู้เสียหายหลงเชื่อเริ่มโอนเงินลงทุนครั้งแรกเป็นเงิน 5,000 บาท ซึ่งทางคนร้ายได้สร้างบัญชีปลอมผ่านหน้าเว็บไซต์ทำให้ ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบผลการลงทุนได้ โดยวันแรกผู้เสียหายทำกำไรและสามารถถอนเงินบางส่วนออกมาได้ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อลงทุนเพิ่มรวมกว่า 4.5 ล้านบาท โดยได้โอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายซึ่งเป็นบัญชีม้า

ต่อมาเมื่อต้องการถอนเงินออกจากระบบกลับไม่สามารถทำรายการได้ และทางคนร้ายยังหลอกให้โอนเงินเข้าในระบบเพิ่มเติมโดยแจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดกฎในการสั่งถอน ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปตามที่คนร้ายแจ้ง อีกจำนวน 3 ครั้ง รวมผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมด 12 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8.25 ล้านบาท ซึ่งต่อมาเมื่อไม่สามารถสั่งถอนเงินจำนวนดังกล่าวได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับตามหมายจับดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบผู้เสียหายอีก 1 ราย ที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนทำกิจกรรมขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันซื้อขายสินค้า มูลค่าความเสียหายกว่า 2.4 แสนบาท ซึ่งทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม โดยทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งในจำนวนผู้เสียหายทั้ง 3 รายนี้ พบว่าถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จากนั้นจึงวางแผนเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2566 ผู้ต้องหาเคยเปิดบัญชีให้กับเพื่อน จำนวน 2 บัญชี ได้ค่าจ้าง 1,000 บาท โดยตนเองไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวจะนำบัญชีไปใช้ในเรื่องใด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนภัย สำหรับการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีไปใช้ถือเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้อื่นนำบัญชีธนาคารดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดผู้ที่เปิดบัญชีอาจต้องรับโทษในความผิดนั้นๆ ด้วย