Job Fair แฟร์ชาว LGBTQ+ ต้อนรับเทศกาลไพรด์ ‘มาสเตอร์พีช’ รับสมัครงานทุกเพศรวม 150 อัตรา ชี้ ทำงานไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช หรือ Masterpiece Hospital น.ส.ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ กล่าวภายในงาน “MASTER JOB Fair: LGBTQ+ Friends 2024” ซึ่งเป็นมหกรรมเปิดรับสมัครงาน 150 อัตรา 80 ตำแหน่ง จากบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือมาสเตอร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม แบบไม่ระบุเพศ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล Pride Month

น.ส.ลภัสรดากล่าวว่า คำว่า LGBTQ+ จริงๆ มีความหลากหลายมาก ซึ่งปัจจุบันจะพบว่า องค์กรต่างๆ ก็เปิดกว้างและมีการเปิดรับสมัครงานในกลุ่ม LGBTQ+ มาก็ขึ้น ซึ่งแต่ละองค์กรก็จะมีการแสดงจุดหนึ่งที่ต่างกันออกไป เช่น การเข้าร่วมสนับสนุนเวทีการประกวด การร่วมเดินพาเหรดเทศกาล Pride Month ซึ่งในปีนี้มาสเตอร์พีช อยากจะแสดงจุดยืนที่จริงจังมากขึ้น จึงได้จัดงานมหกรรมรับสมัครงานขึ้นในลักษณะการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่ามาสเตอร์พีชเราเคารพสิทธิของทุกคน เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหนเราต่างมีความเท่าเทียมกัน ทางเครือมาสเตอร์พีช มีพนักงานรวม 700 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่ม LGBTQ+ กว่าร้อยละ 30

ซึ่งเราพบว่าการทำงานโดยไม่แบ่งแยกเพศ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการทำงานหรือและการให้บริการแต่อย่างใด นอกจากนั้น ทางมาสเตอร์พีชก็ยังไม่เคยได้รับผลตอบรับในด้านลบจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ในทางกลับกัน มาสเตอร์พีชได้สนับสนุนศักยภาพของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ปิดกั้นความสามารถ เพื่อให้เขาได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ได้นำแนวคิดของการสร้าง “โค้ชองค์กร” รวม 15 คนที่ต้องผ่านการอบรมในการให้คำแนะนำด้านจิตใจ ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้ามาพูดคุยกับโค้ชได้ครั้งละ 45 นาที เพื่อให้เราต่างรับรู้ปัญหาของกันและกันได้มากขึ้น
“การจัดงานวันนี้เป็นรูปธรรมมากๆ เชื่อว่ายังไม่มีที่ไหนเปิดจ๊อบแฟร์ที่แสดงถึงจุดยืนนี้โดยเฉพาะ แต่มาสเตอร์พีชเรามีความชัดเจนที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนทราบว่า อย่างน้อยในประเทศไทยมีพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งเมื่อเราร่วมกับพาร์ตเนอร์แล้ว จะพบว่าพื้นที่ในการปฏิบัติงานของเราครอบคลุมถึง 60% ของประเทศไทย เราจึงคิดว่าสามารถเป็นกระบอกเสียงได้” น.ส.ลภัสรดากล่าว และว่า มาสเตอร์พีชไม่ได้ทำแค่วันนี้ แต่เราได้ทำมาต่อเนื่อง ที่ผ่านมาก็มีการเปิดรับสมัครงานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และหลังจากนี้ก็จะเปิดรับสมัครต่อไปด้วย
ด้าน นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์และผู้ก่อตั้ง Me Center Me กล่าวว่า เมื่อก่อน LGBTQ+ ที่เคยถูกเรียกกันในชื่อต่างๆ นั้น ในอดีตถูกแบ่งแยกด้วยความแตกต่างและมีการจำกัดคุณค่าคนด้วยรสนิยมทางเพศ อย่างเช่น ถ้าผู้ชายไม่ชอบกับผู้หญิง เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หรือบางยุค บางสังคมมองว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือเป็นการเจ็บป่วยไป แต่ในปัจจุบันเพศกำเนิดที่เกิดมาพร้อมโครโมโซม XX และ XY กับเรื่องรสนิยมทางเพศจะเป็นคนละเรื่องกัน
เพราะฉะนั้นเรื่องของเพศจึงมีความหลากหลาย ปัจจุบันทั้งในทางการแพทย์และจิตวิทยา รสนิยมทางเพศที่แตกต่างหลากหลายนั้น ไม่ได้มีความผิดปกติ ผิดธรรมชาติแต่ประการใด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์สามารถเลือกรสนิยมทางเพศ และความชื่นชอบทางเพศที่มีความหลากหลายได้อยู่แล้ว ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ลดความสามารถในการทำงาน ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาทางศีลธรรม หรือกฎหมาย ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชากรคนหนึ่ง

“ในฟากของตัวตนของผู้เป็น LGBTQ+ เอง จำเป็นต้องเชื่อมั่น และมีความเคารพในตัวเอง เรียนรู้ที่เข้าใจว่าการที่เรามีความหลากหลายทางเพศไม่ใช่เรื่องผิด คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน ทุกคนควรให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติคนอื่น สังคมถึงจะน่าอยู่ การเหยียดหยาม กดขี่ ทำไม่ดีกับผู้อื่น เป็นสิ่งที่น่าละอาย เป็นพฤติกรรมที่น่าต่อต้านมากกว่าเรื่องของคนชอบเพศอะไร หรือมีรสนิยมแบบไหน” นพ.อภิชาติ กล่าว
บรรยากาศภายในงานวันนี้ มีผู้มาสมัครงานกว่า 300 คน ซึ่งมีการสัมภาษณ์งานเบื้องต้นในตำแหน่งงานต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดัง อาทิ นางงามจากเวทีทิฟฟานี่ นางฟ้าอ่าวไทย และอินฟลูเอนเซอร์ทรานส์เจนเดอร์ เป็นต้น โดย 80 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครงาน อาทิ ศัลยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เวชระเบียน สถาปนิก นักการตลาด ฝ่ายกฎหมาย เป็นต้น
ขณะที่ “สยามรัตน์ ตติยานนท์” หนึ่งในผู้ที่มาสมัครงานในวันนี้กล่าวว่า ตนได้รับข่าวมหกรรมรับสมัครงานวันนี้มาจากเว็บไซต์หางานและรุ่นพี่ชวนมา จึงมาสมัครในตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ ซึ่งบรรยาการการสมัครงานวันนี้ ต่างจากที่อื่นอย่างมาก ส่วนตัวมองว่า การทำงานแบบไม่ระบุเพศ และระบุเพศมีความแตกต่างกันอยู่มาก ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานแบบไม่ต้องระบุเพศเป็นสิ่งที่ดีกว่าแน่นอนเพราะปัจจุบันสังคมก็เปิดกว้างกับเรื่องนี้มากแล้ว โดยสิ่งสำคัญคือการระบุเพศหรือไม่นั้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานแต่อย่างใด ทุกคนยังทำงานร่วมกันได้ ซึ่งอาจจะต่างจากเมื่อสมัยก่อนที่จะมีการแบ่งแยกเพศชัดเจน และมีการปฏิเสธการรับสมัครงานจากผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศด้วย ทั้งนี้ ตนได้ผ่านการสัมภาษณ์และร่วมทำงานกับมาสเตอร์พีช ประสบความสำเร็จที่ตั้งใจไว้

