วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ลานใต้ต้นโพธิ์วัดศรีสว่างเกษมสุข บ.จำปา ต.หนองนำคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ประชาชน บ.จำปา บ.โนนสะอาด บ.โก่ย ต.หนองนำคำ ที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานยางแท่งของ บ.ศรีตรังแองโกรอินดัวตรี จก. และ บ.วงศ์บัณฑิต จก. เดินทางมาร่วมตัวมากกว่า 300 คน หลังจากรู้ว่า พ.อ.จีระศักดิ์ เคนถวาย หน.ฝ่ายยุทธการ มทบ.24 , ฝ่ายปกครอง , ตำรวจ , อุตสาหกรรม , สิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวแทนโรงงาน เดินทางมาติดตามปัญหาในพื้นที่ โดยการเข้าร่วมครั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เดินทางมา ทั้งชาวบ้านทั่วไป พ่อค้า ข้าราชการ และชาวต่างประเทศ ขณะมีนักเรียนประถมฯจาก รร.บ้านจำปา-โนนสะอาด มาทำกิจกรรมวันมาฆบูชาที่วัด หลายคนยังสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากมีอาการภูมิแพ้ และบางคนมีไข้จากภูมิแพ้ แม้ว่าวันนี้โรงงานทั้ง 2 โรง ไม่ได้เดินเครื่องผลิต เพราะโรงหนึ่งเป็นวันหยุด ส่วนอีกโรงเพราะกระแสไฟฟ้าขัดข้อง แต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นของกองยางพารา โชยมาเป็นระยะตามกระแสลม
พ.อ.จีระศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายทหารได้รับการร้องเรียน ว่ามีพฤติกรรมกลุ่มคนมาข่มขู่ชาวบ้าน ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องเหม็นกลิ่นยาง ซึ่งถือเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย จึงเดินทางมาพบทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่าหากพบหรือประสบเหตุ ให้แจ้งโดยตรงกันตนเองทันที แล้วจะเก็บผู้แจ้งเป็นความลับ รวมทั้งขอผู้ประกอบการโรงงานทั้ง 2 ไม่ให้มีการกระทำดังกล่าว ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหา ผวจ.อุดรธานีได้ตั้งคณะกรรมการมาแก้ไขแล้ว ซึ่งกรรมการบางหน่วยก็มาด้วย สามารถตอบข้อซักถามได้บ้าง
ด้านตัวแทนจาก สนง.อุตสาหกรรม และ สนง.สิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ 2 โรงงานทำการปรับปรุงระบบ ซึ่งได้ทำตามคำแนะนำของนักวิชาการ แก้ไขปัญหากลิ่นโรงงานโดยเฉพาะ และขณะนี้โรงงานได้ปรับปรุงแล้ว พร้อมจะทดสอบเดินเครื่อง ซึ่งสิ่งแวดล้อม ภาค 9 ได้เสนอตั้งคณะกรรมกรรมดมกลิ่น 19 คน เป็นตัวแทนจากหน่วยราชการ ชาวบ้าน และโรงงาน เพื่อพิสูจน์ว่าแก้ไขกลิ่นเหม็นได้หรือไม่ หากแก้ไขไม่ได้จะมีคำสั่งให้โรงงาน “ปิดปรับปรุง”
ขณะที่ชาวบ้านได้ระบายความในใจ จากความเดือดร้อนที่ได้รับมาหลายปี แต่ทางราชการไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เด็ดขาด เหมือนกับซื้อเวลาให้โรงงาน ไม่มีความจริงใจในการแก้ไข โดยไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมการดมกลิ่น เพราะเห็นว่าเคยทำมาแล้ว และไม่ได้รับความเป็นธรรม แก้ไขปัญหาไม่ได้ , เสนอให้ยกเลิกการส่งคนของโรงงานไปตามดมกลิ่น ที่พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงคุกคามชาวบ้าน , เสนอให้เจ้าหน้าที่มานอนดมกลิ่นในหมู่บ้าน และเสนอให้ปิดโรงงานปรับปรุง 1 เดือน หรือมากกว่านั้น ถ้าแก้ไขไม่ได้ให้ปิดปรับปรุงต่อ
ระหว่างนั้นได้มีการเผชิญหน้า เมื่อคนงานของโรงงานยางแท่ง ออกมาแสดงความคิดเห็น ว่าโรงงานได้พยายามแก้ไขเต็มที่แล้ว ทำให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่พอใจ ผู้จัดการโรงงานยางพาราต้องมาดึงตัวออกไป โดยข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านจำปา ออกมายอมรับว่า ตนเองและครอบครัวเป็นคนไปร้องเรียนที่สำนักนายกฯ ไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น และท้ายทางว่าไม่ต้องส่งคนมายิงปืนที่หน้าวัด ให้ไปยิงใส่บ้านตัวเองได้ ไม่กลัวเพราะสวมพระหลายองค์ และหากทางราชการยังนิ่งอยู่ จะพาชาวบ้าน 4-500 คน ไปที่ศาลากลาง ไม่ไปที่หน้าโรงงานเดี๋ยวจะกล่าวหาว่าเราจะไปเผา

พ.อ.จีระศักดิ์ จึงชี้แจงตอนท้ายว่า ขอให้โรงงานงดการส่งพนักงาน ไปตามดมกลิ่นในหมู่บ้านอีก หากมีความจำเป็นให้ ผจก.โรงงาน เดินทางไปตรวจสอบกลิ่นเอง พร้อมกันนี้จะสรุปผลการประชุม รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ แจ้งไปยังผู้บัญชาการ มทบ.24 และผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ซึ่งจังหวัดมีคณะกรรมการแก้ไขอยู่ ก็จะประสานให้เกิดความรวดเร็ว และจะนำผลการหารือมาแจ้งชาวบ้าน ไม่ต้องเดินทางไปที่ศาลากลางก็ได้

ส่วนนางสุภาพร เบ้าหล่อเพชร แม่ค้าส้มตำ-ปลาเผา ใน บ.จำปา เปิดเผยว่า ตนกับสามีแพ้กลิ่นโรงยางรุนแรงมาก หลังจากที่เราต้องทนดมกลิ่นมามากกว่า 3 ปีแล้ว จนเกิดอาการป่วยหลายโรคต่อเนื่อง จากภูมิแพ้ของกลิ่นเหม็นต่อเนื่อง ทำให้โพรงจมูกอักเสพ ลามไปถึงเป็น “ไซนัส” มีน้ำมูกนอนหงายไม่ได้ ต้องใช้ยาฉีดพ่นเป็นระยะ จากนั้นก็เกิดอาการเครียด ต้องกินยาแก้ไมเกรน ล่าสุดที่ตามมาก็คือความ “ความดัน” ไปตรวจรักษาที่ รพ.หมดสั่งยามาคล้ายๆกัน แต่ยาตนจะมากกว่าสามี
นอกจากนี้ น.ส.ศิริรัตน์ เหลาสิงห์ อายุ 21 ปี นศ.คณะวิทาศาสตร์ มรภ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ที่ บ.โก่ง ม.2 ต.หนองนำคำ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมาหลายปี จนเริ่มเกิดอาการป่วยเมื่อช่วง 6 เดือนก่อน เมื่อได้กลิ่นเหม็นยางจะปวดหัว น้ำมูกไหล แต่ไม่มีไข้ และหากเป็นไข้ก็จะหายช้ากว่าปกติ จนล่าสุดได้กลิ่นอะไรผิดปกติก็จะเป็น ทำให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อไปหาหมอที่คลินิกบอกว่า “เป็นภูมิแพ้” ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง ช่วงนี้หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงกลิ่นต่างๆ หากไม่ดีขึ้นก็ต้องรักษาด้วยยา

