ทนายเดชา บอกสัปดาห์หน้ามีข่าวดีคดี ‘เสี่ยต้น’เชื่อตำรวจเร่งเก็บข้อมูล-หลักฐานให้ชัดก่อนออกหมายจับ

26.05.24 | 16:18 น.

ทนายเดชา บอกสัปดาห์หน้ามีข่าวดีคดีการเสียชีวิตของ ‘เสี่ยต้น’ เชื่อตำรวจเร่งเก็บข้อมูล-หลักฐานให้ชัด ก่อนออกหมายจับคนร้าย ยอมรับคดีนี้คล้ายกับคดีสังหาร ‘อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย’ คาดปัญหามาจากเรื่องภายในครอบครัวเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่สน.วังทองหลาง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา พาบุคคลในครอบครัวและญาติ รวมทั้งพยานบุคคลซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายพิชิต กลีบจินดา หรือ เสี่ยต้น เจ้าของธุรกิจสอนนวดไทย ซึ่งถูกคนร้ายพยายามฆ่าด้วยการประกบยิง เหตุเกิดวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมาพื้นที่ สน.วังทองหลาง และมาเสียชีวิตลักษณะปริศนาเนื่องจากสภาพศพดำคล้ำ คล้ายถูกวางยา ที่บ้านพักใน อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 16 เม.ย. มาให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง

ทนายเดชา เปิดเผยว่ามาติดตามคดีมี 2 เรื่อง เรื่องแรกทางตำรวจรายงานให้ทางญาติรู้ว่าทำอะไรไปแล้วบ้างส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องมาชี้เป้าซึ่งนำพยานบุคคลต่างๆ มาเบิกความในประเด็นเพิ่มเติมที่ทำให้ข้อเท็จจริงในคดีนี้ชัดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องบุคคลจ้างวานและผู้ก่อเหตุ ส่วนความชัดเจนเรื่องภาพคนร้ายนั้นเชื่อว่าตำรวจมีหลักฐานทั้งหมดแล้วและภาพค่อนข้างชัดพอสมควร เพียงแต่ต้องหาความเชื่อมโยงถึงเรื่องผู้จ้างวานและแรงจูงใจต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้นยืนยันว่าไม่มีอะไรซับซ้อน

เมื่อถามว่าญาติเสี่ยต้นคุ้นหรือไม่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครนั้น ทนายเดชา กล่าวว่าขออนุญาตไม่ตอบดีกว่าเพราะยังอยู่ในสำนวนคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนและข่าวดีเรื่องการออกหมายจับผู้ก่อเหตุตอนนี้ทางตำรวจเร่งทำคดีอยู่ ส่วนผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดในคดีมีมากกว่า 3 คน เชื่อว่าตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้วเพียงแต่ต้องหาหลักฐานมาประกอบหรือความเชื่อมโยงด้วยว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร โดยเหลือเพียงอีกนิดเดียวส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้างคงไม่ใช่ยิงฟรียิงแล้วก็ต้องได้เงิน เบื้องต้นสาเหตุตำรวจเชื่อว่าน่าจะมาจากปัญหาครอบครัวเป็นหลักแต่ใครจะเกี่ยวข้องนั้นต้องรอพยานหลักฐาน ซึ่งตอนนี้พยานหลักฐานในพื้นดินมันจบแล้วเหลือเพียงหลักฐานในอากาศที่จะต้องเอามาเชื่อมโยงกันจึงจะชี้ชัดได้ว่าใครน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง

เมื่อถามย้ำว่าคดีนี้จะซ้ำรอยคดีสังหารอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย หรือไม่นั้น ทนายเดชา ยอมรับว่ามีความใกล้เคียงแต่ไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างต้องสอบเพิ่มโดยเฉพาะทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตและพยานต่างๆ ที่เห็นสภาพศพรวมถึงพยานที่รู้เห็นถึงความขัดแย้งให้ชัดเจน เนื่องจากฐานความผิดในคดีดังกล่าวมีโทษถึงประหารชีวิตจึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน

Advertisement

ส่วนความคืบหน้าคดีในส่วนสภ.ยางสีสุราช เป็นการเสียชีวิตแบบธรรมชาติหรือถูกฆาตกรรมนั้น ทนายเดชา ระบุว่าตำรวจชุดสืบสวนของ ภ.จว.มหาสารคามก็มาด้วยซึ่งก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ เบื้องต้นคุยกันแล้วยืนยันว่าดำเนินการไปเยอะแล้วทั้งการสอบพยานว่าใครมานั่งร่วมวงกินเหล้าบ้าง , ใครเป็นคนซื้อเหล้า และใครเป็นคนชงเหล้า รวมถึงเรื่องรายละเอียดของศพทั้งการสอบปากคำสัปเหร่อ ส่วนน้ำหนักจะไปทางไหนนั้นยังไม่สามารถตอบได้เพราะต้องเอาสำนวนมารวมกับ สน.วังทองหลาง ก่อนโดยทาง สภ.ยางสีสุราช เห็นว่ายังติดขัดเรื่องการชันสูตร เนื่องจากการตรวจสอบกระดูก ยังไม่ได้ผล และยังไม่สามารถตอบอะไรได้ เพราะกระดูกยังอยู่ที่ รพ.ตำรวจ
ส่วนหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการฆ่าเพื่อเอาเงินประกันหรือไม่นั้น ทนายเดชา กล่าวว่าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องสืบให้ชัดและให้มันลึก ส่วนตัวเชื่อว่าทั้งเรื่องเงินหรือเรื่องอะไรต่างๆ ก็เป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งการไม่ชันสูตรศพก็เป็นการสิ่งที่เป็นข้อสงสัยหลักในเรื่องนี้ด้วย