สืบนครบาล ตามรวบ คู่โจรแสบ ออกตระเวนทุบกระจกรถฉกเอาทรัพย์สินกลางเมืองกรุง ยังเหิมเกริมเอาบัตรเครดิตผู้เสียหายไปรูดซื้อสินค้ากว่า 2 แสน เงินที่ได้นำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ พบประวัติคดีเพียบ
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าได้จอดรถไว้ในโรงแรมใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในช่วงกลางวัน แล้วถูกคนร้ายทุบกระจกรถฉกเอาทรัพย์สินและเอกสารสำคัญที่วางไว้ภายในรถไป จากนั้นคนร้ายยังเหิมเกริม นำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดซื้อสินค้ากว่า 2 แสนบาท
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้กำชับสั่งการให้ พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ให้รีบจับกุมกลุ่มคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่เป็นภัยสังคมอีกต่อไป
โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 26 พ.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี, พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ และ พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.สส.3 และ พ.ต.ท.รณฤทธิ์ กิตติมาศ สว.กก.สส.3 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ปณวัฒน์ จอกสุวรรณ์, ร.ต.อ.ปิ่น มหถาวร รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. (ชุดปฏิบัติการที่ 3/4)
จากการลงพื้นที่สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่ กก.สส.3 สืบนครบาล สามารถติดตามจับกุมตัว
1.นายณธกร หรือต้น โสภณบวรฉัตร อายุ 40 ปี ที่อยู่ ซอยลาดพร้าว 58 (สุขสันต์ 1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.483/2567 ลง 24 พฤษภาคม 2567 (สน.ทองหล่อ)
2.นายวชรกร หรือเก่ง จริยประภาพร อายุ 44 ปี ที่อยู่ ตำบลท่าคล้อ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.482/2567 ลง 24 พฤษภาคม 2567 (สน.ทองหล่อ)
ในความผิดผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสาร, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตร อิเล็กทรอกนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดฯ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าอู่ซ่อมรถ ซอยเทพลีลา 12 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร
และตรวจพบของกลางจากนายณธกร อีกจำนวน 5 รายการ ได้แก่
1.แท่งเหล็กปลายสว่าน จำนวน 2 แท่ง (ใช้สำหรับงัด/ทุบกระจกรถยนต์)
2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone รุ่น 12 Pro Max สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง
3.อาวุธปืนแบลงก์กันพร้อมซองกระสุน จำนวน 1 กระบอก
4.รถยนต์ยี่ห้อ Nissan รุ่น Fairlady สีเทา จำนวน 1 คัน (รถผิดกฎหมาย)
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายวชรกร หรือเก่ง ได้ที่อพาร์ตเมนต์ ซอยแจ่มจันทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ตรวจค้นพบยาเสพติดจากนายวชรกร ได้จำนวน 3 รายการได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 5.79 กรัม 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 0.55 กรัม 3.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 0.85 กรัม
ซึ่ง นายวชรกร หรือเก่ง มีพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 28 เม.ย.67 เวลา 09.30 น. ผู้เสียหายได้ขับรถยนต์ป้ายแดง มาจอดไว้ที่ลานจอดอาคารจอดรถชั้น 5 โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังจากนั้นได้เข้าไปสัมมนาภายในโรงแรม จนกระทั่งเวลา 16.29 น. ผู้เสียหายเดินทางกลับมาที่จอดรถยนต์พบว่า กระจกรถยนต์ประตูหลังด้านซ้ายมีร่องรอยถูกทุบจนแตกละเอียด และพบว่ากระเป๋าเป้สีดำ, กระเป๋าคาดเอวสีน้ำเงิน และกระเป๋าสะพายที่วางอยู่เบาะด้านหลัง ได้หายไป โดยภายในกระเป๋าทั้งสามใบ มีทรัพย์สินดังนี้ บัตรเครดิต ซิตี้แบงค์ จำกัด, บัตรเครดิต ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด, บัตรเครดิต ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด, บัตร อิออน, บัตรเครดิต ธนาคาร ยูโอบี จำกัด และบัตรอื่นๆ, เงินสดประมาณ 5,000 บาท หูฟังแอร์พอดโปร 5 ราคา 6,990 บาท และสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย, สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์, สมุดบัญชีธนาคารออมสิน, สมุดบัญชีธนาคารกรุงศรี, สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย, สมุดบัญชีธนาคารทีเอ็มบีธนชาต, สมุดบัญชีธนาคารซีไอเอ็มบี และบัตรประชาชน, ใบขับขี่, ใบขับรถสาธารณะและบัตรประชาชน
ต่อมาผู้เสียหายได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่ามีการใช้บัตรเครดิตหลายครั้ง ดังนี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.67 เวลา 15.13 น. ใช้ที่ห้างสรรพสินค้า แยกลาดพร้าว-วังหิน, เวลา 15.21 จำนวน 31,500 บาท และเวลา 15.22 น. จำนวน 37,500 บาท ที่ร้านค้า สาขาวังหิน ถนนลาดพร้าววังหิน ซึ่งเป็นร้านขายปลีกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์, เวลา 16.27 น. จำนวน 97,800 บาท ที่ร้านขายโทรศัพท์ ภายในห้างสรรพสินค้า แขวงลาดพร้าว จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป
นายณธกร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกับพวก คือ นายวชรกร หรือเก่ง ก่อเหตุจริง ซึ่งตนทำหน้าที่ ตัวซ้อนรถและทุบกระจก นายวชรกรทำหน้าที่ คนขับขี่รถ โดยหลังก่อเหตุ ตนได้นำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดซื้อโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง เพื่อนำไปขายต่อ เงินที่ได้จะนำไปซื้อยาเสพติดเพื่อเสพ ที่เลือกทุบรถ เพราะว่าสถานที่ดังกล่าวปลอดคน และมองเห็นสิ่งของมีค่าในรถได้ชัด ส่วน นายวชรกร ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าว แต่ให้การว่ารู้จักนายณธกร หรือต้น เนื่องจากเป็นเพื่อนกินเที่ยวด้วยกัน และรับว่ายาเสพติดที่ตรวจพบ เป็นของตนที่มีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายจริง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในฐานระบบข้อมูล ตรวจสอบประวัติของ นายณธกร หรือต้น มีคดี “ตัวการมี อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้อนุญาต (ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน), ตัวการพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชน (สน.โคกคราม), ร่วมกันลักทรัพย์ (สน.คันนายาว), ร่วมกันลักทรัพย์ (สน.คันนายาว)
และได้มีการตรวจสอบประวัติของ นายวชกร หรือเก่ง พบคดี “มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (นอกเหนือจากแอลเอสดี หรือเมตแอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 3 กรัมขึ้นไป (สภ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี)”
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ฝากเตือนและห่วงใยประชาชน ปัญหาการถูกทุบกระจกรถขโมยทรัพย์สินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบาดแพร่สะพัดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สร้างความเดือดร้อนทั้งต่อทรัพย์สินและการเสียเวลา ฉะนั้นฝากเตือนว่าควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโจร ไม่จอดรถในที่เปลี่ยว ที่ไม่มีผู้คนผ่านไปมาหรือตามตรอกซอกซอยลึก เลี่ยงการจอดรถริมถนนยามค่ำคืน แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องจอดริมถนน ควรเลือกบริเวณที่มีแสงสว่างมากที่สุดและมีผู้คนสัญจรไปมา ไม่ทิ้งของมีค่าไว้ในรถ ถ้าคุณไม่สามารถเลือกที่จอดได้ และเมื่อต้องจอดรถในที่เปลี่ยวและมืด ไม่ควรทิ้งของมีค่าไว้ในรถ ทั้งคอมพิวเตอร์แล็บท็อป กล้องถ่ายรูป กระเป๋าราคาแพง และอื่นๆ เพราะจะล่อตาล่อใจโจรที่ตระเวนออกล่าเหยื่อ ทางที่ดีควรหยิบของมีค่าติดมือลงจากรถไปด้วย ติดสัญญาณกันขโมย ถึงแม้สัญญาณอาจจะไม่สามารถป้องกันการถูกลักทรัพย์ได้เต็ม 100% แต่ก็ยังช่วยชะลอการก่อเหตุหรืออาจทำให้โจรเตลิดหนีไปได้


