ลบความเชื่อผิดๆ “คนป่วยมะเร็ง” ห้ามกินเนื้อสัตว์ แพทย์ ยันต้องได้รับโปรตีนสูงกว่าคนปกติ

28.05.24 | 13:48 น.

กรมการแพทย์ ลบความเชื่อผิดๆ ยัน ผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูงมากกว่าคนทั่วไป ช่วยในการซ่อมแซมร่างกายระหว่างการรักษา

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขมาเป็นเวลานาน ในขณะที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งไม่ว่าจะด้วยวิธีการให้เคมีบำบัด หรือการฉายรังสี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจว่าต้องห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่หรือแม้แต่อาหารทะเล หรือต้องรับประทานน้อยๆ ทำให้ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน  จะส่งผลต่อเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้คนไข้ที่เข้ารับการรักษาไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากค่าเลือด ไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานส่งผลทำให้กระบวนการรักษาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่แพทย์ได้วางแผนเอาไว้

ด้าน นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง และควรเป็นชนิดโปรตีนที่มีคุณภาพดีจากธรรมชาติ เช่นเนื้อหมู เนื้อไก่หรือแม้แต่อาหารทะเล ซึ่งความต้องการในสารอาหารโปรตีนนั้นผู้ป่วยจะต้องได้รับ 1.2-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว  1 กิโลกรัมในหนึ่งวัน ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยน้ำหนัก 50 กิโลกรัม สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ พลังงาน ที่ควรได้รับต่อวัน โดยเอาน้ำหนักตัว x 1.2 = ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับ นอกจากเนื้อสัตว์จะเป็นแหล่งของโปรตีน ที่ดียังมีโปรตีนจากแหล่งอื่นที่หลากหลาย เช่นนม ไข่ขาว ธัญพืชต่างๆ อาหารทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยในการซ่อมแซมร่างกายระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง

“ผู้ป่วยมะเร็งแต่ละรายมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือนักโภชนาการ สารอาหารประเภทโปรตีนต่างๆ ผู้ป่วยสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลายชนิดเพื่อได้รับโปรตีนที่ครบถ้วนในแต่ละวัน ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ควบคู่กับการดื่มน้ำ เพิ่มการออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอและการขับถ่ายที่สม่ำเสมอ เพื่อพร้อมรับการรักษาโรคมะเร็งต่อไป” นพ.อดิศัยกล่าว