ครูจอมทรัพย์ขอแถลงต่อศาล หวั่นชีวิตไม่ปลอดภัย คาดฎีกาพิจารณาสำนวนไม่นาน

11.02.17 | 11:30 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้าคดีครูแพะ ของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ซึ่งได้ร้องทุกข์ขอให้รื้อฟื้นคดี จนนำไปสู่การสืบพยานตลอด 3 วันที่ผ่านมา (8-10 กุมภาพันธ์) โดยผลการสืบพยานของศาลจังหวัดนครพนม ว่า มีการสืบพนายฝ่ายผู้ร้องทั้งหมด 9 ปาก ส่วนพยานของผู้คัดค้าน คือ อัยการ และตำรวจ  มีการสืบพยานทั้งหมด 15  ปาก ซึ่งถือว่าเสร็จสมบูรณ์ในการสืบพยาน หลังจากนี้ทางศาลจังหวัดนครพนม ได้อนุญาตตามคำร้องให้ทางทนายทางฝ่ายผู้ร้อง และผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 30 วัน  จากนั้นทางศาลจังหวัดนครพนม จะได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเกี่ยวข้องทั้งหมด ทำบันทึกความเห็นส่งสำนวนและร่างความเห็นไปยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อตรวจสอบ ส่งไปยังศาลฎีกาพิจารณา ตัดสิน  เมื่อมีผลการพิจารณาตัดสินแล้ว ทางศาลฎีกา จะส่งสำนวนคำพิพากษา มายังศาลจังหวัดนครพนม  ก่อนแจ้งให้คู่ความรับทราบต่อไป ส่วนระยะเวลาไม่สามารถระบุได้ เป็นไปตามกระบวนการพิจารณา

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  เปิดเผยหลังเสร็จกระบวนการสืบพยานว่า  หลังจากนี้ตนจะต้องรอกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ตน และได้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมครบถ้วน ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ดูแลช่วยเหลือ  ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็คงต้องยอมทรับในการตัดสิน และยังมีความหวังที่จะเข้ารับราชการครู  และไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี  แต่มีสิ่งสำคัญที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากตนยอมรับว่ากังวลในเรื่องความเป็นอยู่ หลังจบการสืบพยานจึงได้แถลงต่อศาลขอความเมตตาจากศาลในการขออนุญาต ให้กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ให้ความคุ้มครอง  จนกว่าจะมีคำพิพากษา ตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งทางศาลได้อนุญาตเป็นที่เรียบร้อย

ด้านนายพงศา ราตรี  ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ที่ดูแลคดี เปิดเผยว่า  หลังจากมีการสืบพยานของศาลชั้นต้น ครบทั้ง 2 ฝ่าย ถือว่า เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับ  พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526  ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ที่จะเป็นผู้นำเสนอในการสืบพยาน ต่อศาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไร หลังจากนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลฎีกาเท่านั้น  ในส่วนของการดำเนินต่างๆ  จะต้องดำเนินการหลังจากมีคำพิพากษาตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาการเยียวยาช่วยเหลือ หรือทางตำรวจมีพยานหลักฐาน ที่จะต้องสอบสวนดำเนินคดี จะต้องรอผลการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด

“ส่วนมีกระแสข่าวออกมาว่าทางต้นสังกัดได้รับครูจอมทรัพย์ เข้ารับราชการครู นั้น ขอชี้แจงว่ายังไม่เป็นความจริง เนื่องจากต้องรอกระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารหลักฐานนำเสนอหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณา มีเพียงเรื่องของการต่อใบอนุญาตใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น ที่สามารถดำเนินการได้  อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่าย รอผลการพิจารณาของศาลเป็นที่สิ้นสุด” นายพงศา กล่าว

 

Advertisement