ตั้งโต๊ะแจงยิบ 10 วัน ‘เซลส์แมน’ คลุ้มคลั่ง-หายตัว-เสียชีวิต เคลียร์ปมฆาตกรรม

11.02.17 | 13:59 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ สน.ตลิ่งชัน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) พ.ต.อ.ธนวรรธน์ ตาระกา ผกก.สน.ตลิ่งชัน พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.บางกอกน้อย และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตทวีวัฒนา ร่วมบรรยายสรุปเพื่อความกระจ่างกรณีการเสียชีวิตของนายรัติภูมิ หรือเบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์แมนขายรถยนต์ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 มกราคม ที่โรงพยาบาลศิริราช หลังหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ต่อมาทางภาคนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ระบุสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์ระบุตับ ไต ล้มเหลว โดยไม่มีญาติมาร่วมรับฟังเนื่องจากติดทำบุญ แต่มีการติดต่อทางโทรศัพท์กับนายไพโรจน์ พิมใจใส พี่ชายนายรัติภูมิ แจ้งว่าไม่ติดใจ

พ.ต.อ.ภูมิธัชเปิดเผยว่า คดีนายรัติภูมิ แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา 2 คดีคือบุคคลหายและลักทรัพย์ ทางโลกโซเชียลมีการลงข้อความว่านายรัติภูมิถูกอุ้มหายจากบ้านเพื่อนสาวภายในซอยบรมราชชนนี 178 จากการสอบพยานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตอบคำถามได้แล้วว่านายรัติภูมิออกจากซอยตามลำพัง พยานบุคคลยืนยันว่าช่วงเวลาที่นายรัติภูมิและเพื่อนสาวมีปากเสียงกัน พอดีมีชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา นายรัติภูมิจึงวิ่งหลบหนีตรงจุดนี้ ญาตินายรัติภูมิเข้าใจ

ด้าน พ.ต.อ.ธนวรรธน์กล่าวว่า เมื่อเวลา 19.40 น.วันที่ 20 มกราคม เจ้าหน้าตำรวจสายตรวจ สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งอยู่บนเกาะกลางถนนบรมราชชนนี ใกล้ตอม่อสะพานที่ 147 จึงไประงับเหตุ เมื่อไปถึงพบ อปพร.ยืนรออยู่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเข้าช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าชายคนดังกล่าวมีอาการคลุ้มคลั่งอาจวิ่งข้ามถนนและอาจถูกรถชนได้ อีกทั้งอาจทำให้คนขับรถผ่านไปมาตกเป็นผู้ต้องหา ขณะนั้นชายคนดังกล่าวมีอาการคลุ้มคลั่ง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าหากไม่สวมกุญแจมือ อาจดิ้นหลุดและวิ่งหนี อาจถูกรถชนได้จึงใช้กุญแจมือและมี อปพร.เข้ามาช่วยเหลือ นำตัวมาควบคุมและให้สงบสติอารมณ์ที่บริเวณชั้นล่าง สน.ตลิ่งชัน แต่มานั่งไม่ถึง 5 นาทีก็เกิดอาการชักเกร็ง จากนั้น อปพร.จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลศิริราช ส่วนที่มีการย้ายตำรวจใน สน.ตลิ่งชัน ไม่ได้มีการสั่งย้ายเรื่องความบกพร่องเรื่องไม่รายงานข้อมูลการช่วยเหลือหรือการติดตามตัวนายรัติภูมิแต่อย่างใด เป็นการย้ายตามวงรอบเท่านั้น

ส่วน พ.ต.อ.คมสันกล่าวว่า ทาง สน.บางกอกน้อย ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม รับแจ้งจากโรงพยาบาลศิริราชให้ร่วมชันสูตรพลิกศพชายไทย ไม่ทราบสาเหตุ จึงให้ทางแผนกนิติเวชผ่าพิสูจน์ แพทย์ระบุตับ ไตล้มเหลว

พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวถึงบาดแผลบนใบหน้าของนายรัติภูมิว่า ทาง อปพร.ชี้แจงว่าขณะเข้าช่วยเหลือนายรัติภูมิที่มีอาการคลุ้มคลั่ง ได้ใช้ใบหน้าถูกับถนนเกาะกลางไปมา จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นใช้น้ำเกลือล้างและใช้ผ้าเช็ดที่ใบหน้า ส่วนข้อมือที่เป็นรอยนั้นเกิดจากการถูกสวมกุญแจมือและเกร็งจึงเกิดร่องรอย ส่วนที่ไม่ได้แจ้งข้อมูลตั้งแต่แรกกับทีมตำรวจที่ตามหานั้น เนื่องจากมีตำรวจเอาภาพถ่ายนายรัติภูมิที่แต่งกายลักษณะภูมิฐานมาให้ดู ผิดกับภาพขณะเข้าช่วยเหลือตอนที่คลุ้มคลั่ง

Advertisement

พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัตินายรัติภูมิ พบว่าเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2547 ถูกจับคดียาเสพติดที่ จ.สุพรรณบุรี และจากการสอบถามข้อมูลจากเพื่อนนายรัติภูมิ ทราบว่ามีการเสพติดกันมาก่อน สำหรับสำนวนการสอบสวนจะยึดสำนวนชันสูตรพลิกศพโดยยึดผลแพทย์เป็นหลัก คาดว่าใช้กรอบระยะเวลาในการทำสำนวนชันสูตรประมาณ 30 วัน ส่วนคดีลักทรัพย์ต้องระงับไป เนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ ก่อนหน้าเพื่อนสาวนายรัติภูมิแจ้งว่าถูกนายรัติภูมินำเงินไปประมาณ 90,000 บาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดคืนมาจากเจ้าหน้ารักษาความสะอาด 19,000 บาท ส่วนที่เหลือต้องตรวจสอบต่อไป