ลือสะพัด! เด้งฟ้าผ่า ‘หมอสมาน’ เอ็นจีโอจ่อบุก สธ. ทวงถามข้อเท็จจริง หวั่นบ.เหล้าแทรกแซง

11.02.17 | 14:19 น.
นพ.สมาน ฟูตระกูล

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์  นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.) เปิดเผยว่า ทราบมาว่ามีการส่งต่อข้อความในกลุ่มไลน์รวมถึงมีการพูดคุยกันชัดเจนในงานสัมมนาเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าในเร็วๆนี้จะมีคำสั่งฟ้าผ่า ย้ายนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ออกจากตำแหน่ง โดยงานนี้มีธุรกิจน้ำเมายักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งอยู่เบื้องหลังคำสั่งย้าย และอยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งเครือข่ายผู้ประกอบการฯดังกล่าว เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตอบโต้กับฝ่ายที่ต้องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“สาเหตุที่มีการสั่งย้าย เนื่องจากเขาระบุว่า นพ.สมานไม่เอื้อต่อการทำมาค้าขาย ขัดขวางการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีคำสั่งย้ายแน่นอน อย่างไรก็ตาม เครือข่ายภาคประชาชนขอคัดค้านเรื่องนี้จนถึงที่สุด และในเร็วๆนี้จะเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องข้าราชการคนทำงาน ไม่ให้ถูกรังแก รวมถึงจะขอเข้าพบอธิบดีกรมควบคุมโรค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว  เพราะหากธุรกิจน้ำเมาเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำตามกฎหมาย แสดงมีผู้ที่วางตนเหนือกฎหมายอยู่ในประเทศนี้ มีอยู่จริง ตามที่มีหลายฝ่ายกังขา ดังนั้นสธ.ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน” นายชูวิทย์  กล่าว

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร  เราจะขอปกป้องคนทำงานเพื่อลดปัญหาสังคม ลดการบาดเจ็บล้มตาย อีกทั้งงานบังคับใช้กฎหมายตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551 อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีคดีสำคัญอยู่ในชั้นศาล ถ้าเปลี่ยน ผอ. จะทำให้การต่อสู้คดีไม่เป็นผลดีต่อราชการและการปกป้องสังคม โดยเฉพาะคดีที่ธุรกิจน้ำเมาหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมการโฆษณา ใช้โลโก้น้ำเมา ไปใช้กับน้ำดื่ม และเครื่องดื่มอื่นๆ เพื่อเป็นช่องทางในการโฆษณาแฝง จึงต้องการกำจัดนพ.สมานที่ต่อสู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอตั้งข้อสังเกตุว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความใกล้ชิดกับภาครัฐอย่างมาก ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับบริหารประเทศ นี่คือหนึ่งตัวอย่างที่เครือข่ายฯเป็นห่วงและกังวลมานาน หลังจากความแนบแน่นในสายสัมพันธ์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นับรวมการบังคับใช้กฎหมายที่แทบจะพบเห็นได้น้อยมาก ในพื้นที่ กทม.ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวผู้นำระดับสูงรับเงินที่ปรึกษาจากธุรกิจน้ำเมา ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าเครือข่ายที่ทำงานภาคประชาสังคม  จะมีการประชุมเพื่อหารือการเคลื่อนไหวในประเด็นนี้

นพ.สมาน กล่าวเพียงว่า หากมีการสั่งย้ายจริงๆ ก็คงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะข้าราชการ ต้องรับคำสั่ง เพียงแต่ก็เพิ่งมาทราบได้ไม่นานว่ามีกระแสข่าวนี้ อย่างไรก็ตาม ห่วงเพียงงานเท่านั้น เพราะยังมีเรื่องมากมายต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งผู้กระทำผิดในรูปแบบต่างๆ ลานเบียร์ที่เปิดตระเวนไปแต่ละจังหวัด หรือแม้แต่ดารานักแสดงฝ่าฝืนกฎหมายก็มี  ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้ลดนักดื่มหน้าใหม่ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจบระบาดวิทยา สามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ห่วงงานที่ยังค้างคาอยู่ ถ้าอีก1-2ปี จะโดนย้ายก็ไม่กังวล ขอบคุณภาคประชาสังคมที่จะต่อสู้และให้กำลังใจ

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดี คร. กล่าวว่า คร.ยังไม่มีคำสั่งใดๆ และก็ไม่มีใบสั่งจากใครเรื่องโยกย้าย ซึ่งจริงๆแล้ว กรณีการโยกย้ายตำแหน่งบริหาร ก็จะมีแนวการปฏิบัติเหมือนส่วนราชการอื่นๆ คือ พิจารณาตามหลักบริหารราชการโดยทั่วไป เช่น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ประสิทธิภาพในการบริหารงานในหน่วยนั้นๆ และปัญหาในการบริหารงานภายในหน่วยงาน เป็นต้น ซึ่งปกติควรมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนตำแหน่งทุกๆ 4 ปี เพื่อแก้ปัญหาภายในหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน กรณีนี้ยังไม่เป็นไปตามข่าวลือ อาจมีการสอบถามเป็นปกติ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่การพิจารณา ซึ่งกรมจะพิจารณาและเสนอต่อปลัดสธ.ต่อไป

Advertisement