อัยการคดีพิเศษจ่อรับคดีเเก๊งพม่าเลี่ยงภาษีบุหรี่เถื่อน 100 กว่าล้าน

30.05.24 | 13:58 น.

อัยการคดีพิเศษ เตรียมรับคดีเเก๊งพม่าเลี่ยงภาษีบุหรี่เถื่อน 100 กว่าล้าน ‘วิรุฬห์’อธ.อัยการคดีพิเศษ มือริบทรัพย์เข้าคลังเเผ่นดินลุ้น


เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัยการสำนักงานคดีพิเศษได้รับการประสานงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในเรื่องการส่งสำนวนคดีสำคัญเป็นคดีพิเศษที่ 310/2565
กรณี กลุ่มผู้ต้องหาชาวพม่ากับพวก มีพฤติการณ์นำบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร สำหรับคดีนี้ผู้กล่าวหา คือกรมศุลกากรมี ร.ต.อ.หญิง ดุจเดือน อัตตโนรักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้กล่าวหา นายเนลินเตน ชาวพม่ากับพวกรวม 11ราย ซึ่งเป็นคนพม่า9คนนิติบุคคล 1 รายเเละคนไทย1 คน ในฐานความผิด นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร, นำหรือยอมให้ผู้อื่น นำของต้องกำกัดหรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกยานพาหนะ, ใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอม, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ มูลค่าความเสียหาย ราคารวมค่าภาษีอากรทุกประเภท 108,878,153 บาท (หนึ่งร้อยแปดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นแปดพันหนึ่งร้อยห้าสิบสามบาท)

โดยพฤติการสรุปว่า เมื่อช่วงปลายปี2564-ต้นเดือน2565 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจสอบเรือเดินทางต่างประเทศชื่อ MV.CHITA สัญชาติ MONGOLIA ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) พบบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 2,740ลัง ซึ่งไม่มีการสำแดงในบัญชีรายการสินค้าประจำเรือ มี
นายเนลินเตน ชาวพม่า เป็นนายเรือ พร้อมลูกเรือ 8 คน จึงยึดสินค้าบุหรี่และจับกุมผู้ต้องหาในความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมีได้ผ่านพิธีการศุลกากร ฯลฯ โดยคดีนี้ กล่าวหาว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร และนำหรือยอมให้ผู้อื่นนำของต้องกำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรขึ้นบรรทุกยานพาหนะ, ผู้ต้องหาที่ 2-11สนับสนุนในการที่ผู้ต้องหาที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรซี่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร, ผู้ต้องหาที่ 11 ใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอม แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 1 ในความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรตามมาตรา 242แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560จำนวน 1 กรรม ผู้ต้องหาที่ 10-11 ในความผิดฐานสนับสนุนในการที่ผู้ต้องหาที่ 1นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามมาตรา 245 ประกอบมาตรา 242 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560จำนวน 1 กรรม
ผู้ต้องหาที่ 11 ในความผิดฐานใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอมตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 264 ,265 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 2 กรรม, ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ตามมาตรา 137และมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 1 กรรม

Advertisement

เเต่เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 1 ในความผิดฐานนำหรือยอมให้ผู้อื่นนำของต้องกำกัด หรือของที่ ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกยานพาหนะตามมาตรา 247 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560
ผู้ต้องหาที่ 29 ในความผิดฐานสนับสนุนในการที่ผู้ต้องหาที่ 1 นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่ง ของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรตามมาตรา 245ประกอบมาตรา 242 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ.
2560

โดยมีรายงานข่าวว่าเมื่อได้รับการประสานเตรียมส่งสำนวนคดีพร้อมความเห็นจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเเล้วซึ่งคดีลักษณะนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเเละอัยการสำนักงานคดีพิเศษโดยนายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ได้มีการประสานงานเนื่องจากอัยการสำนักงานคดีพิเศษเเละรักษาการณ์อธิบดีดีเอสไอให้ความสำคัญมานานกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าคดีลักษณะนี้กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจทางการคลังของประเทศ ทำให้ประเทศขาดรายได้ที่ควรจะได้จากต่างประเทศเเละเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน จึงได้เตรียมความพร้อมในการตั้งคณะทำงานรับพิจารณาสำนวนคดีที่จะเข้ามาในสัปดาห์นี้เพื่อมีคำสั่งทางคดีต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานคดีพิเศษเป็นสำนักงานสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งรับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ซึ่งจะต้องเป็นคดีที่มีมูลค่าทรัพย์ความเสียหายจำนวนมาก มีอิทธิพลเข้ามาในคดี รวมถึงคดีการเมืองและการชุมนุมของม็อบการเมืองต่างๆ อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังเคยเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานเศรษฐกิจเเละทรัพยากร ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญอีกเเห่งที่รับคดีเศรษฐกิจที่มีความยุ่งยากซับซ้อน

ขณะที่นายวิรุฬห์เคยทำคดีคดีสำคัญหลายคดีอาทิเช่น คดีสหกรณ์เมืองเลย,คดีฟ้องเหมืองทองอัครารุกที่ป่า,คดีรถหรูเลี่ยงภาษี คดีประสิทธิ์ เจียวก๊กร่วมกันฟอกเงิน,คดียูฟัน ร่วมกันฟอกเงิน ,คดีเมฆ รามา สามีดาราชื่อดัง ทำเว็บเพนันฯ ร่วมกันฟอกเงิน ,คดีดีเจแมน และใบเตยร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนเเชร์ Forex-3D,คดีเว็บพนันบอสตาล,คดีหุ้นสตาร์คในส่วนอาญาเเละส่วนเเพ่ง ที่ร้องขอให้ทรัพย์ตกเป็นของเเผ่นดิน คดีหมูเถื่อน ,เเละคดีเเก็งคอลเซนเตอร์จีนเทาต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจและสื่อมวลชนเสนอเป็นข่าวใหญ่มีผลกระทบต่อประชาชนเป็นคดีที่มีผู้เสียหายและผู้ต้องหาจำนวนมากซึ่งได้คัดเลือกผู้ตรวจสำนวนและคณะทำงานให้เหมาะสม และสั่งคดีไปในทิศทางที่อำนวยความยุติธรรมและให้ความเป็นธรรม ความถูกต้องบนพื้นฐานของพยานหลักฐานทำให้การพิจารณาตรวจสำนวนและสั่งคดีในหลายคดีเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์ตกเป็นของเเผ่นดิน ตั้งเเต่ปี2560 กว่า 4หมื่นล้านบาทเศษ