กทม.-กฟน. ลงนามร่วมมือใช้พลังงานสะอาด มุ่งเป้า Low Carbon Society สู่มหานครสีเขียว
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และร่วมพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้ง 2 หน่วยงานร่วมพิธีด้วย

นายชัชชาติกล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากๆของเมืองในการพัฒนาพลังงานสะอาด เพราะเมืองเป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด โดยตัวสำคัญมาจสกการใช้พลังงานในอาคาร และรถยนต์ต่างๆ ถ้าเรามีความร่วมมือกัน ก็จะช่วยให้สังคมเข้าสู่ภาวะคาร์บอนต่ำได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการพลังงาน กทม. ตามแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 – 2573

นายชัชชาติกล่าวว่า นอกจากนี้อุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในเมืองสามารถเพิ่มการส่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งต้องมาจากพลังงานฉลาดก่อน ซึ่งจะเห็นความร่วมมือระหว่าง กทม.และ กฟน.ในหลายเรื่อง เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลในโรงบำบัดน้ำเสีย สำนักงานเขต และโรงเรียนสังกัด กทม. อีกทั้ง กฟน.มีส่วนช่วย กทม.อย่างมาก ในการเปลี่ยนรถเครื่องยนต์ดีเซล เป็นรถพลังงานไฟฟ้า เช่น รถเก็บขยะ รถบรรทุกน้ำ รถสุขาเคลื่อนที่ รถบรรทุก 6 ล้อ โดย กฟน.จะมาติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้าให้ตามจุดต่างๆ
“หัวใจสำคัญ คือต้องมีแผนที่ชัดเจน ไม่ได้เฉพาะกำหนดเฉพาะในแผนระยะยาว เราต้องมีเป้าหมายระหว่างปีด้วย ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจาก กฟน.ด้วย” นายชัชชาติกล่าว
ด้านนายวิลาศกล่าวว่า เป็นนิมิตรหมายดีที่ กฟน.และกทม.มีความร่วมมือกันในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของกรุงเทพฯ ในการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พัฒนาระบบขนส่ง กฟน.มีวิสัยทัศน์ พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเพื่อเมืองมหานคร ส่วนภารกิจอีกเรื่อง คือการใช้พลังงานสะอาด และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง นำไปสู่การลดค่าใช้จ่าย ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงาน

“การทำทั้ง 2 เรื่อง นำไปสู่ Low Carbon Society (สังคมคาร์บอนต่ำ) และปลายทางคือ Green Metropolis (มหานครสีเขียว) ตามแผนปฏิบัติการด้านพลังงานของ กทม. ผมมั่นใจว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะประสบความสำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้” นายวิลาศกล่าว

