หน้าแรก ในประเทศ สนข.แคะแล้ว! ...

สนข.แคะแล้ว! รถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต มูลค่า 2.4 หมื่นล้าน เชื่อแก้จราจรติดขัด-ผู้ให้บริการรถหวั่นรายได้หด

11.02.17 | 15:55 น.

ที่ห้องประชุมระแงง ชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 4 (การสรุปผลการศึกษาโครงการ) การศึกษาความเหมาะสม ออกแบบและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต รถไฟฟ้ารางเบา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วม

นายธีระ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยการจัดทำโครงการรถไฟฟ้ารางเบา สำหรับการคมนาคมขนส่งในจังหวัดภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการจราจรขนส่งของจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาค่อนข้าง และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

201702111336067-20150427133841

ด้านนายชัยวัฒน์ ได้กล่าวชี้แจงว่า การจัดประชุมกลุ่มย่อยการมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 (สรุปผลการศึกษาโครงการ) โดยจะมีการนำเสนอผลการศึกษาของโครงการในด้านต่างๆ เช่น การปรับปรุงแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต การปรับปรุงจุดกลับรถระดับดิน การก่อสร้างทางลอดของแนวเส้นทางโครงการระบบขนส่งมวลชนภูเก็ต บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) และมาตรการแก้ไขและลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

“ในการประชุมนั้นเน้นการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุมและตอบชี้แจงข้อซักถามต่าง ๆ อย่างเปิดกว้าง เพื่อช่วยกันระดมความคิดเห็นร่วมคิดร่วมสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดแรกของประเทศไทยในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ เพื่อรองรับระบบการคมนาคม ที่สะดวก รวดเร็วทันสมัย และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร รองรับการเติบโตของระบบเศรษฐกิจของภูเก็ต ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายชัยวัฒน์ กล่าว

Advertisement

201702111336067-20150427133841

นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า รูปแบบของโครงการนี้ จะเป็นรถไฟฟ้ารางเบา แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก เริ่มต้นจากสถานีท่านุ่น จ.พังงา ถึง สนามบินภูเก็ต กับช่วงที่ 2 จากสนามบินภูเก็ต ถึง ห้าแยกฉลอง รวมระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร มีสถานีย่อย 23 สถานี รูปแบบสถานีเป็นแบบ Modern และ Sino Portuguese ระบบรางเป็นขนาดรางมาตรฐาน ส่วนใหญ่เป็นทางคู่ โดยมีทางเดียวในช่วงท่านุ่น-ประตูเมืองภูเก็ต และช่วงทางแยกถลาง ใช้ช่องจราจรร่วมกับรถยนต์ บริเวณสามแยกสนามบิน แยกบางคู ช่วงในเมืองสะพานเกาะผี และถนนเจ้าฟ้าตะวันออก และมีการปรับเปลี่ยนการจราจรในเมืองช่วงนอกเมือง ความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในเมืองจะใช้ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุของระบบ 2,000 คนต่อชั่วโมง โดยจะก่อสร้างบนพื้นผิวถนน และอาจจะมีลอดใต้ดินบ้างบางช่วงที่เป็นจุดตัด ใช้งบก่อสร้างประมาณ 24,000 ล้านบาท หากไม่มีปัญหาอะไรคาดว่าจะลงมือก่อสร้างได้ในปี 2561 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี

“หลังจากรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้แล้ว จะสรุปข้อมูลนำเสนอคณะรัฐมนตรี และจะมอบให้ทาง รฟม.รับช่วงดำเนินการต่อ และจะต้องไปหารือในเรื่องของการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในรูปแบบของการร่วมทุน หรือ PPP (public private partnership) เพื่อจัดหาผู้ร่วมลงทุนต่อไป” นายชัยวัฒน์ กล่าว

201702111336061-20150427133841

นอกจากนี้ เมื่อได้สอบถามในส่วนของประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตต้องการให้มีการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมาช่วยลดปัญหาหารจราจรที่นับวันจะยิ่งมีความแออัด ถึงแม้จะมีโครงการแก้ปัญหาในด้านอื่นๆเช่น อุโมงทางลอด ทางแยก แต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนรถบนถนนลดลง หากมีการใช้รถไฟฟ้ารางเบามาวิ่งจะช่วยแก้ปัญหาการใช้รถส่วนตัว ลดจำนวนรถที่ออกมาวิ่งได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรถบริการส่วนหนึ่งที่กังวลว่า การนำรถไฟรางเบามีใช้ ถึงแม้จะมีผลดีต่อการจราจร แต่ก็ทำให้รายได้ของรถบริการลดลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากนทท.มีตัวเลือกใหม่ๆในการเดินทาง ภาครัฐควรพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยให้ถี่ถ้วน เพื่อให้เหลือทางให้ได้ทำกินกับผู้ประกอบการบ้าง หากยังพอมีทางทำกินบ้างก็คงไม่คัดค้านการพัฒนาแต่อย่างใด