ประธานกก.สอบข้อเท็จจริงเรียกประชุม 13 ก.พ. หาคนเอี่ยว ‘สินบนเครื่องมือแพทย์’

11.02.17 | 17:23 น.
กราฟิกมติชน

จากกรณีเว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (เอสอีซี) เผยแพร่ว่า เอสอีซีแจ้งข้อกล่าวหาต่อไบโอ-แร้ด แลโบราทอรีส์ อิงค์ บริษัทวิจัยด้านการวินิจฉัยทางคลินิกและชีววิทยาศาสตร์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ว่าละเมิดรัฐบัญญัติต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ (เอฟพีซีเอ) ด้วยการตกแต่งบัญชี และยอมรับว่าบริษัทสาขามีการให้สินบนในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย กระทั่งกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดรู้ผล 30 วันนั้น

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน และรักษาราชการแทนหัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา เผยแพร่กรณีมีการจ่ายสินบนประเทศไทย กล่าวว่า จะเชิญคณะกรรมการฯ ประชุมในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อวางกรอบและขอบเขตแนวทางการตรวจสอบ จะดำเนินการตามขั้นตอนให้ดีที่สุด เรื่องนี้ผ่านมานาน เบื้องต้นต้องตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานที่เหลืออยู่ และจะหารือร่วมกับกรรมการคนอื่นๆ ว่าจะสามารถหาข้อมูลหลักฐานจากแหล่งใดได้อีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า กดดันหรือไม่สังคมจับตามองการตรวจสอบครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านมานานตั้งแต่ปี 2550 นพ.ยงยศกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะทำตามหน้าที่ตามกระบวนการ แม้เรื่องจะผ่านมานาน แต่จะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

ผอ.มูลนิธิเอดส์ชี้มะกันส่งสัญญาณ

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ยังไม่ทราบข้อจริงเท็จ จึงต้องตรวจสอบก่อน หากเป็นจริงก็เป็นเรื่องน่าเสียใจ เพราะเรื่องนี้อาจจะมีผลกับราคายาจะเพิ่มขึ้นมาตลอด คนหรือหน่วยงานที่ถูกพาดพิง หากมีความบริสุทธิ์ใจก็ต้องนำหลักฐานออกมา หากพบการกระทำผิดก็ต้องว่าไปตามความผิด ต้องสร้างกลไกป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก อาทิ กรรมการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นคนกลาง เพราะที่ผ่านมาการจัดซื้อยารวมถูกจับตาและตั้งข้อสังเกตตลอดว่าไม่สุจริต เป็นต้น การจัดซื้อยารวมถือว่ามีประโยชน์ เพราะทำให้การต่อรองราคาถูกลง ดังนั้นต้องไม่ทำให้กลไกการจัดซื้อยารวมกลายเป็นของต้องห้าม ที่ผ่านมาระบบราชการมักแยกไม่ออกกับนักการเมือง ทั้งการสั่งการ อำนาจ และผลประโยชน์ เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องจับตาเป็นพิเศษ เหมือนกรณีอดีตเรื่องการทุจริตยาของ สธ. 1.4 พันล้านบาท ทำให้สังคมเห็นได้ว่าเรื่องการทุจริตยาเกิดขึ้นจริง การกำกับดูแลในเรื่องนี้ต้องมุ่งเป้าไปที่ทำอย่างไรให้กลไกของข้าราชการมีความแข็งแรงเข้มแข็ง พร้อมจะตรงไปตรงมา ไม่ใช้เงื่อนไขผิดในการหาเงินไปให้นาย กรณีสหรัฐออกมาปูดเรื่องนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณบอกกับสังคมว่าประเทศต้องการข้าราชการที่เข้มแข็ง

แนะสธ.จัดทำระบบตรวจสอบ

Advertisement

น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า การให้ค่าคอมมิสชั่นจากการขายยา ได้ยินมาตลอด แต่ที่ผ่านมาไม่มีใบเสร็จก็จับต้องไม่ได้ แต่กรณีนี้ชัดเจน ต่างประเทศตรวจสอบได้ว่ามีการจ่ายสินบนเกิดขึ้นในประเทศไทย มีผลกระทบกับประชาชนคือ 1.เครื่องมือแพทย์ หรือเวชภัณฑ์ ยาต่างๆ อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ และ 2.ราคายาหรือเวชภัณฑ์เหล่านี้แพงเกินไปหรือไม่ เรื่องนี้เคยพูดและออกเป็นมติสมัชชาสุขภาพเรื่องจริยธรรมในการขายยาว่ามีความสำคัญ และต้องปฏิบัติอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ทั้งที่ สธ.ควรออกแนวปฏิบัติให้กับแพทย์ในการดูแลว่าต้องปฏิบัติอย่างไร และบริษัทยาต่างๆ ก็ต้องลดการจัดสัมมนาและกิจกรรมอาจก่อให้เกิดการจ่ายสินบนทางอ้อมด้วย

น.ส.สุรีรัตน์กล่าวว่า หากมีใครละเมิดก็ต้องมีระบบตรวจสอบและลงโทษชัดเจน ประชาชนก็ต้องเฝ้าระวัง และสามารถร้องเรียนมาที่ สธ.ได้ ต้องจัดระบบตรงนี้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาคือเรื่องนี้ไม่ใช่แค่มาควบคุมเฉพาะ สธ. ต้องดูเรื่องโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนแพทย์ด้วย สินบนไม่ใช่เรื่องเงิน หรือผลประโยชน์ เพราะอย่างการวิจัยยา เวชภัณฑ์ หรือพฤติกรรมการใช้ยา ก็มีการวิจัยพวกนี้มาก แต่จริยธรรมในการดำเนินการ ประชาชนก็ยังรู้ไม่เท่าทันเรื่องนี้

“สธ.ตั้งกรรมการสอบขึ้นมานั้น อย่าไปมุ่งเป้าหาคนผิดอย่างเดียว ต้องจัดทำระบบตรวจสอบได้ด้วย และสร้างความสำนึกและตระหนักเรื่องนี้มากขึ้น และประชาชนต้องมีความรู้เรื่องนี้มากขึ้นด้วย เพราะหากประชาชนเข้าใจก็จะรู้ว่าต้องใช้ยาอย่างไรด้วย ไม่ใช่อยากได้ยาอย่างเดียว” น.ส.สุรีรัตน์กล่าว