รวบป้ามหาภัย ฉกทรัพย์นทท.ตามสถานที่ฮิต ทำนาน 15 ปี มีประวัติอื้อ

1.06.24 | 09:54 น.

สืบพระราชวังรวบป้ามหาภัย ฉกทรัพย์นักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว สารภาพทำมานาน 15 ปี มีประวัติถูกจับเป็นว่าเล่น


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ต.อ.ภาวัต วรรธสุภัทร ผกก.สน.พระราชวัง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศาล เดชกัลยา รอง ผกก.สส.สน.พระราชวัง พ.ต.ต.พลาวัสถ์ คนกล้า สว.สส.สน.พระราชวัง และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.พรทิพย์ หรือทิพย์ คันธรักษ์ อายุ 55 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ จ.88/2567 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ฐานความผิดลักทรัพย์ โดยจับกุมได้บริเวณหน้าสะพานควาย คอนโดมิเนียม 41 ซอยประดิพัทธ์ 23 แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 มี.ค.67 ชาย สัญชาติเกาหลี ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง หลังเข้าไปเที่ยวชมภายในวัดพระเชตุพนฯ และได้แขวนกระเป๋าสะพายไว้ที่รถเข็นเด็ก จากนั้นได้เดินไปถ่ายรูปที่บริเวณหน้าวิหารนาคปรก เมื่อเดินกลับมาที่รถเข็นเด็ก พบว่ากระเป๋าสะพายได้หายไป

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง ได้ทำการสืบสวนมาโดยตลอด กระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าพบบุคคลตามภาพของหมายจับของศาลแขวงดุสิต ที่ จ.88/2567 ลงวันที่ 28 พ.ค.67 ปรากฏตัวอยู่บริเวณหน้าสะพานควาย คอนโดมิเนียม 41 ซอยประดิพัทธ์ 23 เขตพญาไท กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์จนพบบุคคลลักษณะคล้ายบุคคลตามหมายจับตามที่รับแจ้ง ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบ จนทราบชื่อ น.ส.พรทิพย์ หรือทิพย์ คันธรักษ์ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นหาเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุภายในห้องพัก ซอยประดิพัทธ์ 23 พบของกลาง ชุดที่ใส่ก่อเหตุ วันที่ 25 มี.ค.67 และวันที่ 24 พ.ค.67 กระเป๋าสะพายข้างสีเทาของผู้เสียหาย ผ้าคลุมศีรษะสำหรับมุสลิมะห์สีเทา กระเป๋าหนังสะพายข้างสีน้ำตาลของผู้เสียหายที่ก่อเหตุวันที่ 29 พ.ค.67 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานก่อนคุมตัวมาสอบสวน

Advertisement

จากการสอบถาม น.ส.พรทิพย์ หรือทิพย์ คันธรักษ์ ยอมรับว่าตนเองเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 53 และก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยจะเดินไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัด สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ และที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชอบมายืนถ่ายรูป ยืนรออาหาร นั่งชมวิว จากนั้นจะอาศัยจังหวะที่นักท่องเที่ยวไม่ได้สนใจทรัพย์สินของตนเอง และมุ่งไปกับความสวยงาม หรือบรรยากาศของสถานที่ที่ท่องเที่ยว แล้วเดินไปหยิบเอาทรัพย์สินหลบหนีออกมา เมื่อได้ทรัพย์สินมาก็จะเอาไปขายก่อนจะนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเก็บสะสมไว้เป็นทุนเปิดร้านขายน้ำชากาแฟ

ที่ผ่านมาถูกจับกุมดำเนินคดีลักทรัพย์มาแล้ว 11 ครั้ง พื้นที่ สน.พญาไท ปี 53, 55 พื้นที่ สน.ปทุมวัน ปี 57 2 ครั้ง ปี 58 พื้นที่ สน.บางซื่อ ปี 60 ลักทรัพย์ในสถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน พื้นที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพื้นที่ สน.ปทุมวัน ปลายปี 60 พื้นที่ สน.มีนบุรี ปี 66 พื้นที่ สน.บางซื่อ 1 ครั้ง พื้นที่ สน.ปทุมวัน 1 ครั้ง ก่อนจะมาถูก สน.มีนบุรี จับข้อหาครอบครองยาเสพติด และพ้นโทษมาเมื่อเดือนมีนาคม 67 ก่อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง