รายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนแจ้งว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานการประชุมเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้หยิบยกบันทึกความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้ตอบสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีใจความว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ถูกให้ออกราชการไว้ก่อน นายกฯ ต้องนำความกราบบังคมทูลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมิใช่การพ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ ส่วนการทูลเกล้าฯเมื่อไหร่นั้นเป็นดุลพินิจที่ตามสมควรแก่เหตุกรณี โดยต้องรอความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนด้วยนั้น ขึ้นมาหารือนั้น ปรากฎว่า ที่ประชุมก.ตร.มีมติให้อนุกรรมการข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับดำเนินการทางวินัยที่มีพล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร. เป็นประธานไปพิจารณาเพิ่มเติม รวมกับที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ได้ยื่นขอความเป็นธรรมก.ตร.ก่อนหน้านี้ที่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร.รักษาการแทนผบ.ตร.ให้ออกจากราชการไว้ก่อนหน้านี้ จากกรณีถูกต้องคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเนื่องจากเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันเว็บพนันออนไลน์ แล้วรายงานให้ที่ประชุมก.ตร.ทราบในครั้งต่อไปสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะมีผลยื่นทูลเกล้าฯให้พ้นราชการได้หรือไม่ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ(ก.พ.ค.ตร.) ที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองไว้ ว่าคำสั่งให้ออกราชการถูกต้องหรือไม่ ได้วินิจฉัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ประธานอนุกรรมการข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับดำเนินการทางวินัย กล่าวว่า ได้พิจารณาคำร้องพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นมาครั้งแรก คือการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเมื่อที่ประชุมก.ตร.ยื่นคำร้องที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นเพิ่มเติมมาคือบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงจะนัดประชุมเพื่อหารือในเรื่องนี้วันที่ 17 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเชิญข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญทางกฎหมายการดำเนินทางวินัยเข้าร่วมหารือ แต่ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดกฎหมายออกคำสั่งต่อข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยและให้ออกราชการไว้ก่อนตามมาตรา 131 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่เคยออกคำสั่งให้ลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 70 นายแล้ว เพราะฉะนั้นกรณีระดับรองผบ.ตร.ก็ว่าไม่ตามกฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่แยกเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือนายตำรวจเด็กๆ อย่างไรก็ตามไม่อนุกรรมการจะมีความเห็นอย่างไร จะจบที่ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัย เปรียบเสมือนศาลปกครองชั้นต้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เสียสิทธิ์ในการเป็นแคนดิเดตผบ.ตร.หรือไม่ พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์พ้นตำแหน่งรองผบ.ตร.แล้ว เพราะขณะนี้เงินเดือนก็ไม่ได้รับแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ต้องนำความกราบบังคมทูลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งก่อน
รายงานข่าวจากก.พ.ค.ตร.เปิดว่า สำหรับการพิจารณาสำนวนคำร้องพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กำลังรอให้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่เป็นผู้ออกคำสั่งให้พ้นราชการ แก้คำอุทธรณ์อยู่ในกรอบเวลา 30 วันแต่ถ้ายังไม่ส่งมาสามารถขยายได้ไม่เกิน 120 วัน โดยจะดูเหตุผลก่อนพิจารณาอนุญาต ทั้งนี้กรอบการพิจารณาสำนวนคำร้องไม่เกิน 240 วัน ถ้าเกินกรอบเวลานี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ต้องรอ ไปร้องศาลปกครองสูงสุดได้เลย แต่ดูสำนวนแล้วไม่ยุ่งยากทำเสร็จทันเวลา ยืนยันผลการวินิจฉัยตรงไปตรงมา ก.พ.ค.ตร.ต้องเป็นที่พึ่งและให้ความเป็นธรรมแก่ตำรวจได้

