วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องราวนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ชาวบ้านลือกันจากปากต่อปากจนกระจายเป็นวงกว้างว่ามีคนพบต้นไม้ตะเคียนจมอยู่ในแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านท่าดอกแก้ว หมู่ 6 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ขณะนี้กำลังจะบวงสรวงอัญเชิญขึ้นมาบนบก ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตามที่ชาวบ้านโจษจันกัน อยู่ริมถนนหลวง 212 สายนครพนม-บ้านแพง หลัก กม.ที่ 272-273 ทางเข้าเป็นถนนลูกรังแวดล้อมด้วยสวนยางพาราทั้งสองฟาก เข้าไปประมาณกิโลเศษๆ มีรถยนต์และจักรยานยนต์จอดเรียงรายจำนวนมาก ชาวบ้านจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องราวดังกล่าว ริมฝั่งแม่น้ำโขงใกล้กับท่าทรายของนายสาทิศ กาสี มีฝูงชนนับร้อยยืนเรียงรายเต็มตลิ่ง เพื่อคอยลุ้นรถแบ๊กโฮจำนวน 2 คัน ที่กำลังขุดทรายเพื่อนำไม้ตะเคียนขึ้นมาบนบกด้วยใจจดใจจ่อ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องบวงสรวงประกอบด้วย พานพุ่ม อ้อย กล้วยน้ำว้า น้ำแดง และธูปเทียน ตั้งอยู่ริมท่าน้ำ และเมื่อมองลงไปจากตลิ่งเกือบ 10 เมตร มีชายคนหนึ่งกำลังนำดอกไม้ พวงมาลัย แขวนไว้ที่รากไม้ตะเคียนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ขณะที่ใกล้ๆ กัน รถแบ๊กโฮยังคงขะมักเขม้นในการขุดทราย จึงทราบว่าบริเวณนั้นมีท่อนไม้ตะเคียนขนาดใหญ่จมน้ำอยู่ แต่รายละเอียดควรไปสอบถามพระครูประทีปจันทโรภาส หรือชาวบ้านมักเรียกท่านว่า “ครูบาเทิบ” เจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วเหนือ จะเป็นผู้ที่รู้เรื่องราวต่างๆ ได้ดี
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดท่าดอกแก้วเหนือตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน พบครูบาเทิบอายุ 41 ปี พรรษาที่ 22 อยู่ที่กุฏิพอดี จึงเปิดเผยให้ฟังดังนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าไม้ตะเคียนต้นนี้มีความเกี่ยวพันกับพระครูสันธานพนมเขต หรือ “หลวงปู่สนธิ์” เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำโขง อดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ กล่าวคือ บริเวณที่ค้นพบไม้ตะเคียนเป็นป่าช้าโบราณ เป็นที่เผาและฝังศพชาวบ้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2308 พร้อมๆ กับที่ตั้งหมู่บ้านท่าดอกแก้ว อดีตยังไม่มีถนนการคมนาคมต้องอาศัยเรือเพียงอย่างเดียว เวลามีคนตายก็จะนำศพใส่เรือพายไปที่ป่าช้าที่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กม. บางศพก็เผา บางศพก็ฝัง ปัจจุบันศพที่ยังไม่เผาร่างก็ยังอยู่ในป่าช้าแห่งนี้ที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เบญจพรรณต่างๆ ยังไม่เคยทำความสะอาดหรือล้างป่าช้าเพราะยังขาดปัจจัย
ต้นตะเคียนอยู่ริมตลิ่งที่ถูกไม้เลื้อยจำพวกเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น ชาวบ้านจึงเรียกต้นตะเคียนว่า “แคนหย่อน” (ไม้ตะเคียนภาษาอีสานเรียกว่า ต้นแคน) ต่อมาปี พ.ศ.2494 หลวงปู่สนธิ์เป็นประธานสร้างโบสถ์วัดท่าดอกแก้วเหนือ ยังขาดไม้มาทำประตูโบสถ์ มีคนแนะนำว่าไม้ตะเคียนในป่าช้ามีขนาดสูงใหญ่ขนาด 3 คนโอบหรือเท่ากับโอ่งแดงบรรจุน้ำ น่าจะเอามาทำประตูโบสถ์ได้ ท่านจึงเดินทางไปขอด้วยการกะเทาะเปลือกไม้ตะเคียน นำไปเข้าฌาณสมาบัติ ปรากฏว่าเทพยดาผู้พิทักษ์รักษาต้นไม้ตะเคียนไม่ยอมให้ ท่านจึงเปลี่ยนใจไปเอาไม้ที่อื่น กระทั่งปี พ.ศ.2536 เกิดพายุพัดถล่มจังหวัดนครพนม ต้นตะเคียนได้ล้มลงในแม่น้ำโขง แต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้ามาเอาไปทำอย่างอื่น ปล่อยให้จมอยู่ในน้ำตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และกลายเป็นแหล่งพักอาศัยของฝูงปลาทุกชนิดในแม่น้ำโขง ยกเว้นปลาบึกเท่านั้น
กาลเวลาพ้นผ่านมาจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีหน่วยทหารออกลาดตระเวนตามชายฝั่งแม่น้ำโขง เจอน้ำเชี่ยวจนนายท้ายบังคับเรือไม่อยู่ พลาดไปชนโป๊ะของท่าทรายจนพลิกคว่ำ ทำให้ปืนทาโว่กระบอกหนึ่งของทหารจมน้ำ จึงไปขอความช่วยเหลือจากนักประดาน้ำจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบอาวุธปืนดังกล่าว ระหว่างที่ทำการงมหานั้น มีคนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ริมตลิ่งดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ เมื่อสอบถามชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครรู้จัก แต่กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามีแต่ต้นตะเคียนโบราณจมน้ำอยู่ห่างจากนี้ไปประมาณ 20 เมตร นักประดาน้ำก็บอกว่าเห็นท่อนไม้ตะเคียนยาวประมาณ 20 เมตร จมอยู่ใกล้ๆ จริง
ทหารถึงคราวอับปัญญาก็เดินทางไปกราบนมัสการครูบาเทิบเพื่อขอคำปรึกษา ท่านจึงพาไปพบร่างทรงคนหนึ่งซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน เมื่อร่างทรงประทับแล้วก็ก้มกราบครูบาเทิบอย่างนอบน้อม พร้อมบอกว่าตนเป็นเจ้าแม่ตะเคียนที่จมอยู่ในน้ำ มีอายุมาถึง 109 ปี อาวุธปืนที่หายนั้นไม่ได้ไปไหน ตนอำพรางไว้อยู่ หากต้องการได้ปืนคืนต้องเอาตนขึ้นจากน้ำด้วย และนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดท่าดอกแก้วเหนือ ทหารรับปากยินดีจะนำท่อนไม้ตะเคียนขึ้นจากแม่น้ำ ร่างทรงจึงพาไปชี้ว่าปืนนั้นอยู่ตรงรากไม้ เมื่อดำลงไปก็พบอาวุธปืนดังกล่าวจริง ทหารจึงทำตามสัญญาทุกอย่าง ประกอบกับความเชื่อของคนในหมู่บ้าน หลังทราบข่าว นางรุ่งรัตน์ ประดิษฐ์บุญ ผู้ใหญ่บ้านท่าดอกแก้ว หมู่ 6 ก็ขอเรี่ยไรจากชาวบ้านเพื่อเป็นค่าน้ำมันรถแบ๊กโฮ ที่ยินดีมาดึงต้นตะเคียนโบราณขึ้นจากน้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
กำหนดการเป็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ครูบาเทิบท้วงไว้ว่าอย่ากระทำการใดๆ ในวันพระ เนื่องจากพวกภูตผีจะมีกำลังแรงในวันดังกล่าว แต่ด้วยความใจร้อน ชาวบ้านไม่เชื่อฟัง เอารถแบ๊กโฮมาขุดทันที ปรากฏว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดึงท่อนไม้ตะเคียนขึ้นจากน้ำได้ ลวดสลิงที่มีความเหนียวก็ยังขาดสะบั้น ตลอดทั้งวันมีการดึงท่อนไม้ถึง 5 ครั้ง แต่ไม่ขยับเขยื้อนใดๆ กระทั่งค่ำจึงวางมือเพื่อมากู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งครูบาเทิบกล่าวว่าหากไม่ใช่วันพระก็มีสิทธิพ้นน้ำขึ้นมา และถ้านำขึ้นบกได้แล้วมีมติจากชาวบ้านว่าจะนำไปไว้ที่ทิศตะวันออกริมฝั่งแม่น้ำโขง ท้ายวัดท่าดอกแก้วเหนือ ตามที่เจ้าแม่ตะเคียนต้องการ ปรากฏว่าเลขเด็ด 109, 20 ถูกเซียนหวยกว้านซื้อทั้งจังหวัดจนเกลี้ยงแผง



