‘สมศักดิ์’ ปลื้ม! ผลสำรวจสนง.สถิติแห่งชาติ ชี้ ‘30 บาท รักษาทุกที่’ ครองใจปชช.สูงสุด คาดสิ้นปีไม่ต้องมีใบส่งตัว

4.06.24 | 10:29 น.

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม! ผลสำรวจสนง.สถิติแห่งชาติ ชี้ ‘30 บาท รักษาทุกที่’ ครองใจปชช.สูงสุด คาดสิ้นปีไม่ต้องมีใบส่งตัว

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า หลังจากนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงข่าวผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนครบ 6 เดือน ต่อการบริหารงานของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปี พ.ศ.2567 พบ นโยบาย/มาตรการ/โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เป็นนโยบายที่ประชาชนมีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 68.4 เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง และเมื่อมาเป็นรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีสั่งทำทันที ตั้งแต่สมัยที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นการต่อยอดจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่เคยประสบความสำเร็จสมัยพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมตรีเมื่อปี 2544-2548 มาถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.ต่อยอดทันที

“เป็นความภาคภูมิใจของรัฐบาลและคนในกระทรวงสาธารณสุขทุกคน ทั้ง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัด สธ.ผู้รับผิดชอบดูแลโครงการ ผู้บริหารถึงผู้ปฏิบัติ บุคลากรทุกภาคส่วนของ สธ.ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งภาคเอกชน รู้สึกยินดีและปลื้มใจมากที่นโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ความดีทั้งหลายอันนำมาซึ่งความพอใจของประชาชน และประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดส่งยาไปถึงบ้านผู้ป่วยที่อยู่ในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนประทับใจ ชื่นชอบการให้บริการเพราะประหยัดเวลา สะดวก” น.ส.ตรีชฎากล่าว

โฆษก สธ. ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นสถาบันที่รวบรวมข้อมูลทางสถิติได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยเก็บรวบรวมจากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ตัวอย่างจากทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 6,970 คน ระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2567 สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนได้รับประโชน์อย่างแท้จริง นโยบายนี้เพิ่งเริ่มระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2567 นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ร้อยเอ็ด เพชรบุรี และนราธิวาส ระยะที่ 2 เริ่มเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 นำร่อง 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ และพังงา และระยะที่ 3 ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มเป็น 6 เขตสุขภาพ อีก 33 จังหวัดทั้งภาคเหนือตอนบน-ตอนล่างในเขตสุขภาพที่ 1, 3, 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเขตสุขภาพที่ 8, 9 และภาคใต้ตอนล่างที่เขตสุขภาพที่ 12 จากนั้นระยะที่ 4 จะขยายครอบคลุมทั้งประเทศภายในปี 2567 อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการเริ่มนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเป็นระยะเพื่อนำร่อง ยังไม่ครบทั้ง 76 จังหวัด แต่ด้วยความทุ่มเท เอาจริงเอาจังของคนใน สธ.การสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันประชาชนที่ได้รับผลจากการปฏิบัติได้พูดต่อๆ กัน ทำให้ผลการสำรวจความคิดเห็นออกมาเช่นนี้ จึงเป็นกำลังใจให้นายสมศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้องจะพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนให้ดียิ่งๆ ขึ้น

Advertisement

“ขอให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุขยุคใหม่ภายใต้การนำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ การที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดีถ้วนหน้าอย่างเท่าเทียมกัน” น.ส.ตรีชฎากล่าว