2 ปีสภากทม. ‘ขอเพิ่มอำนาจ’ สางปัญหาเก่า ดัน พ.ร.บ.ใหม่ โอนหน่วยงานแก้เดือดร้อนให้ไว

5.06.24 | 15:20 น.

วิรัตน์ แถลง ‘2 ปี สภากทม.’ สะสางปัญหาเก่า เสนอร่าง พ.ร.บ.กทม.ใหม่ ‘ขอเพิ่มอำนาจ’ หวังโอนหน่วยงาน ‘สายสื่อสาร ไฟฟ้า ประปา’ มาอยู่ใต้กทม. แก้เดือดร้อนให้ไว

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ รองประธานสภา กทม. คนที่ 1 นายอํานาจ ปานเผือก รองประธานสภา กทม. คนที่ 2 และ น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ โฆษกสภา กทม. แถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ของชุดทำงาน ก่อนที่จะมีการเลือกประธานสภา กทม.ชุดใหม่

นายวิรัตน์กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้ใจเลือกเราเข้ามาทำหน้าที่ ส.ก.เพื่อแก้ไขปัญหามากมาย หลังจากที่ไม่มี ส.ก.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมา 9 ปี ทุกพรรคการเมืองพยายามทำนโยบายตามที่หาเสียงไว้ตอนเลือกตั้ง เชื่อมโยงกับนโยบายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ให้เป็นรูปธรรม

นายวิรัตน์กล่าวว่า มีปัญหาสะสมมานาน พวกเราทำงานกันหนักมาก โดยมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ กทม. เพื่อรองรับการทำงาน มีการตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภา 12 คณะ ซึ่ง ส.ก.ทุกคนลงได้ 3 คณะ แก้ปัญหาเรื่องการจราจร การระบายน้ำ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ส.ก.พยายามเข้าไปดู ศึกษา รับฟัง สะท้อน แก้ไขปัญหา อย่างโครงการเงินกองทุนชุมชน 200,000 บาท ที่มีการเสนอแก้ไขระเบียบการเบิกจ่าย ซึ่งเราอยากให้โครงการนี้อยู่คู่กับ กทม.ต่อไป

”พยายามแก้ไขปัญหาการใช้สอยพื้นที่ร่วมกัน ผังเมือง การควบคุมอาคาร ที่จะมีการออกข้อบัญญัติใหม่ เราบูรณาการกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม“ นายวิรัตน์กล่าว

Advertisement

นายวิรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแก้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 (พ.ร.บ.กทม.) ที่ไม่ได้ให้อำนาจสภา กทม.ออกกฎหมายลูก อย่างร่างข้อบัญญัติรถอีวี ที่ถูกปัดตกไปเพราะ กทม.ไม่มีอำนาจออก จึงฝากไปถึงสภาผู้แทนราษฎร โดยเพิ่มให้ท้องถิ่นออกกฎหมายลูกตาม พ.ร.บ.ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาเรื่องการโอนถ่ายงานตำรวจจราจร มายัง กทม.ด้วย

“บางกฎหมายไม่ให้อำนาจท้องถิ่น เวลาประชาชนเดือดร้อนให้ ส.ก.แก้ไข เราทำไม่ได้ หรือการกระจายอำนาจให้หน่วยงานต่างๆ มาอยู่ภายใต้ กทม. เช่น สายสื่อสาร ไฟฟ้า น้ำประปา”

“ยุคนี้เราทำงานร่วมมือกับฝ่ายบริหาร เราไม่ได้ทะเลาะกัน เราทำงานร่วมกัน บางสิ่งอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็มีการปรับจูนให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน“ นายวิรัตน์กล่าว

นายวิรัตน์กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการสามัญประจําสภา กทม.จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษา พิจารณา ติดตาม ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะการ ดําเนินงานตามอํานาจหน้าที่ของ กทม. ซึ่งมีทั้งหมด 12 คณะ และยังมี คณะกรรมการวิสามัญ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาเรื่องต่างๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร และเสนอ รายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมสภา กทม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณา โดยในปี พ.ศ. 2565 – 2567 มีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญทั้งสิ้น จํานวน 24 คณะ จําแนกเป็นคณะกรรมการวิสามัญที่ดําเนินการศึกษา แล้วเสร็จ จํานวน 12 คณะ อาทิ คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการ วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้กัญชาหรือกัญชงบริเวณใกล้สถานที่เปราะบาง คณะกรรมการวิสามัญศึกษาความคุ้มค่าในการ ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างและแนวทางในการดําเนินการติดตั้ง และคณะกรรมการวิสามัญที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษา จํานวน 12 คณะ เช่น คณะกรรมการวิสามัญศึกษาการนําเทคโนโลยี IOT (Internet of Things) เข้ามาปรับใช้การปฏิบัติงานด้านการระบาย น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยในสถานพยาบาล สังกัดกรุงเทพมหานคร

นายวิรัตน์กล่าวว่า สภา กทม.ยังได้เห็นถึงความสําคัญของการบริหารงานร่วมกันกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดปริมณฑล ซึ่งมีพื้นที่รอยต่อกับกรุงเทพฯ มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันในบางพื้นที่ จึงจัดให้มีการประชุมกับ 2 จังหวัด ปริมณฑล คือ จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสาคร เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และร่วมกันหารือ ในประเด็นการจัดการน้ำท่วม น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการจัดการขยะ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานงานและพัฒนา พื้นที่รอยต่อของจังหวัดได้อย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง “สภาบ้านพี่เมืองน้อง” ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ สภา กทม.ได้ทําข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเมืองต่างๆ ทั้งหมด 17 เมือง มีวัตถุประสงค์สําคัญ คือ การหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว การขนส่งสาธารณะ การศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนํามาปรับใช้กับการบริหารงานของสภากรุงเทพมหานคร ในการพัฒนาเมืองให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน

“ประเด็นที่น่าสนใจจากการเยือนสภาเมืองต่างๆ เช่น ด้านสวัสดิการและการดูแลผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น สมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะของกรุงโซลที่มีการขยายตัวของเมืองอย่าง รวดเร็ว การแลกเปลี่ยนนักเรียนอาชีวะจากไทย มายังนครคุนหมิง การควบคุมมลพิษทางอากาศ และการป้องกันน้ำท่วมของ มองโกเลีย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ก่อเกิดการพัฒนาและผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพฯ ต่อไปในอนาคต” นายวิรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ สภา กทม.ชุดปัจจุบัน นับเป็นชุดที่ 13 เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 โดยมีการประชุมสภา จํานวน 40 ครั้ง มีกระทู้ถามของ ส.ก. 53 กระทู้ เรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว 54 เรื่อง เรื่องที่ผู้ว่าฯ กทม.เสนอ 32 เรื่อง มี ส.ก.เสนอญัตติด้วยกัน 109 เรื่อง และเสนอญัตติด้วยวาจา 23 ญัตติ