พ่อค้าออนไลน์”แบ็ค ปากแดง”อ้างรับผิดแทนลูกค้าซื้อแบรนด์เนมปลอม เจอดราม่างัดกม.คนซื้อไม่ผิด

12.02.17 | 16:07 น.

จากกรณี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.ทท.พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวน 191 เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ทท. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลาดพร้าว ร่วมกันจับกุมตัวนายอภิสิทธิ์ เจริญคง อายุ 24 ปี ชาว ม.8 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หรือ”พ่อค้า แบ็ค ปากแดง” มีผู้ติดตามจำนวน 2,289 คน หรือ”อภิสิทธิ์ เจริญจง (แบ็ค ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต)” มีผู้ติดตาม 49,325 คน ในเพจเฟชบุ๊ก มีการไลฟ์สตรีมจัดโปรโมชั่นขายสินค้าซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก พร้อมของกลางเช่นกระเป๋าแบรนด์เนม แว่นตา หมวก เข็มขัด และเครื่องประดับต่างๆ รวม 286 ชิ้น มูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท จับกุมได้ขณะกำลังส่งสินค้ากว่า 30 รายการที่ไปรษณีย์เอกชนแห่งหนึ่งย่านสายไหม

ล่าสุดเฟซบุ๊คในชื่อ” อภิสิทธิ์ เจริญคง ได้โพสต์ข้อความ “ขอบคุณทุกกำลังใจขอบคุณมากๆขอบคุณคนที่ไม่ซ้ำเติม แบ็ครับผิดแทนลูกค้า เพราะผู้ซื้อก็ผิด แต่แบ็คขอรับไว้คนเดียว…ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่มาหาที่โรงพักขอบคุณทุกคนที่ทักมาหาทักมาให้กำลังใจ…อยากขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอโทษทุกคน อยากขอโทษพ่อแม่”
จากนั้นมีกลุ่มผู้ใช้เฟชบุ๊ก เข้ามาให้กำลังใจ และตำหนิว่า ว่า

” คุณใช้คำพูดไม่ถูกนะ….รับผิดแทนลูกค้า ก็เอาตังลูกค้าไปแล้ว…ยังไงก็ต้องรับผิดเต็มๆๆ ถ้าไม่ขาย ก็คงไม่มีใครซื้อ..”ประโยค ที่พูดมาแปลว่าไม่สำนึก”

“รับผิดแทนลูกค้า ลูกค้าทำไรผิด กฎหมายเอาผิดผู้ซื้อไม่ได้นะ”

“ลูกค้าไม่ผิดอยู่แล้ว” และมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่งระบุว่า “ไปถามตำรวจได้ ว่าคนซื้อก็มีความผิดค่ะ เพราะซื้อของไม่มีลิขสิท ตอนนี้ อะไรที่เข้าข่ายผิดเกือบทุกชนิด แม้จะไม่รุ้เรื่อง”

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีการแชร์โพสต์จากเพจ CSI ThaiElaws 29 กุมภาพันธ์ 2016 ?

“ใช้ของก๊อป ผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ครั้งที่ 1/2559 ผลักดันกฎหมายเพื่อกำหนดความรับผิดของผู้ซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า รวมทั้งความรับผิดของเจ้าของพื้นที่ที่ขายสินค้าละเมิดดังกล่าว อีกทั้งยังมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2552 ซึ่งเล็งเห็นถึงหลักการดังกล่าว ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ การใช้สินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจะมีความผิดแล้ว

ทรัพย์สินทางปัญญา คือผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ที่ทำรายได้มหาศาลให้แก่เจ้าของหรือผู้สร้างสรรค์ กฎหมายจึงได้รับรองและคุ้มครองสิทธิเพื่อเป็นแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าออกสู่ตลาด และยังเป็นปัจจัยสำคัญของการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาษี

แต่เนื่องจากการที่ไทยมีการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาไม่ดีพอ เป็นเหตุให้ไทยถูกสหรัฐอเมริกาจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในท้องตลาดอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ “ของก๊อป” ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสินค้าที่มีการปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า หรือแม้กระทั้งเครื่องสำอาง เนื่องจากสินค้าดังกล่าวมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นอย่างมาก และบางสินค้ามีคุณภาพเกือบเทียบเท่าเลยก็ว่าได้ แต่ใครจะรู้บ้างว่าการใช้ของดังกล่าวมีผลกระทบต่อประเทศมากเพียงใด เพราะเป็นการส่งเสริมให้มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนใหม่ ๆ ไม่กล้าที่จะลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศเสียดุลทางการค้า ทำลายอุตสาหกรรมภายใน เศรษฐกิจก็ไม่พัฒนา อีกทั้งรัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายนับร้อยล้านบาทเพื่อจับกุมและทำลายสินค้าเหล่านี้

ของก๊อป เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้าแล้วแต่กรณี ซึ่งตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ปัจจุบันไม่มีบทกำหนดความรับผิดสำหรับผู้ซื้อเพื่อนำมาใช้ด้วยตนเอง แม้ผู้ซื้อจะรู้ว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ซื้อก็ไม่มีความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด เพราะหากกฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้ซื้อไว้ ก็ต้องบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง หากจะให้ผู้ซื้อรับผิดฐานสนับสนุนก็จะไม่สมเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ดังนั้น ผู้ซื้อของก๊อปหรือสินค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจึงไม่มีความผิด แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการซื้อและใช้ในประเทศเท่านั้น หากเป็นการซื้อของก็อปจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยหรือส่งออกสินค้าดังกล่าวจากประเทศไทยออกไปนอกประเทศ การกระทำเช่นนี้มีความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ฐานนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของต้องห้าม มีโทษปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของหรือจำคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งหากเป็นการนำเข้าสินค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้า ยังมีความผิดตามมาตรา 275 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 110 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 อีกด้วย

นอกจากนี้ ของก๊อปยังเป็นสินค้าที่มีการใช้วัตถุดิบที่มีมาตรฐานต่ำกว่าและมิได้มีการเสียภาษีให้ถูกต้อง ทำให้ต้นทุนการผลิตของสินค้าต่ำกว่าสินค้าต้นฉบับแต่สามารถทำกำไรได้มากกว่า ลองคิดดูว่าหากเราผลิตสินค้าขึ้นมาได้ชิ้นหนึ่งโดยใช้ความพยายามอย่างมาก แต่มีผู้อื่นมาก๊อปผลงานนั้นไปขายโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หากเราเห็นคนใช้สินค้าดังกล่าว จะมีความรู้สึกอย่างไร ราคาที่แพงกว่าอาจมาจากเวลาและหยาดเหงื่อที่เสียไปของผู้สร้างสรรค์ บางสินค้าไม่ได้ใช้เวลาเพียงแค่วันหรือสองวันในการคิดค้น แต่อาจใช้เวลานับช่วงชีวิตของคนบางคนเลยก็ว่าได้

จะเห็นได้ว่าการที่เราใช้ของก๊อปไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ที่คิดค้นสินค้าขึ้นมาไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างคุ้มค่า ยังส่งผลกระทบต่อประเทศในวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และผลกระทบต่างๆอีกมากมาย เราควรมองว่าการซื้อของแท้คือการลงทุน หากไม่ใช้ก็ขายได้ เพราะสินค้าที่สร้างสรรค์ออกมาล้วนมีคุณค่าในตัวเอง หากไม่มีผู้ซื้อ ย่อมไม่มีผู้ขาย ถึงเวลาแล้วที่เราควรหันมาเลิกใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ซื้อ ไม่ถือ ไม่ใช้ เลิกค่านิยมที่ผิดๆ เพื่อพัฒนาสังคมของเรา”

catsjhjj

jjyj

gjj