จับ ‘ป้ากาเหว่า’ เอเยนต์เจ้าเล่ห์ ใช้ ‘คนใบ้’ ส่งยาบ้า ตัดวงจรซัดทอดขาใหญ่ กลัวเพื่อนไม่คบ

6.06.24 | 11:10 น.

สืบนครบาล ร่วมสืบมักกะสันรวบป้ากาเหว่า พระราม 9 “หัวจ่ายเจ้าเล่ห์” ใช้คนใบ้เดินยาบ้ากันการซัดทอด


“ใช้คนใบ้เดินส่งยาเสพติด มันจะไม่มีทางซัดทอดถึงเราได้” ความคิดสุดเจ้าเล่ห์ของระดับหัวจ่ายของแก๊งค้ายานรกย่านพระราม 9 ล่าสุดผู้การจ๋อแกะรอยรวบป้ากาเหว่า ตามหมายจับในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ” โดยเจ้าตัวสารภาพแต่อ้างว่า ไม่ได้หลอกให้กลุ่มคนใบ้รายอื่นๆ ไปเดินยาเสพติดแต่เป็นความสมัครใจของพวกเค้าเอง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.ชัยยุทธ ศักดิ์เพชร รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. สืบนครบาล กับสืบ สน.มักกะสัน ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว

น.ส.ประยูร อ่วมบรรจง หรือ กาเหว่า อายุ 53 ปี ได้ที่ภายในซอยสาธุประดิษฐ์ 34 แยก 6 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา จ.กรุงเทพฯ บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.233/2567 ลงวันที่ 24 พ.ค.67 ความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

Advertisement

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบนครบาลได้รับเบาะแสว่ามีการใช้คนใบ้เดินส่งยาเสพติด จะไม่มีทางซัดทอดถึงผู้ขายได้” ความคิดสุดเจ้าเล่ห์ของระดับหัวจ่ายของแก๊งค้ายานรกย่านพระราม 9 โดยเรื่องนี้เริ่มแดงขึ้นจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค.67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนปราบปรามยาเสพติด โดยใช้สายลับติดต่อล่อซื้อจากเอเยนต์รายหนึ่งทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่พาสายลับไปยังจุดนัดพบเพื่อส่งมอบยาเสพติด ชุดสืบสวนเริ่มจะได้กลิ่นทะแม่งๆ เพราะสถานที่นัดหมายคือ “ชุมชนคนไร้เสียง” แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หลังวางกำลังซุ่มโป่งดูราวชั่วโมงเศษ ก็ได้มีชายไทยขี่รถจักรยานยนต์โผล่มายังจุดนัดพบ และส่งยาไอซ์ 1 ถุง ให้กับสายลับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าชาร์จจับกุมตัวทันที แต่ก็ต้องพากันงงเพราะไม่ว่าจะถามอะไรชายไทยรายนี้ก็ไม่สามารถพูดได้ ได้แต่ทำท่าทางทำมือแปลกๆ ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งถึงทราบว่าชายไทยรายนี้ “เป็นผู้พิการ (ใบ้)” แต่ยังสามารถฟัง อ่าน เขียน ได้

เจ้าหน้าที่จึงได้นำกระดาษมาให้ชายไทยรายนี้เขียนจึงทราบว่า คือ นายภัทรสิน หลังจากการจับกุมตัว ชุดสืบสวนขยายผลอย่างยากลำบาก ไม่สามารถพูดคุยได้เหมือนผู้ต้องหาปกติ ชุดสืบสวนขยายผลเล็งเห็นแล้วว่าการใช้คนเป็นใบ้มาส่งยาเสพติดลักษณะนี้ เจ้าของยาเสพติดรายนี้ต้องไม่ธรรมดา จึงตัดสินใจ “กัดไม่ปล่อย” พยายามหาพยานหลักฐานอื่นๆ กว่า 2 สัปดาห์จนกระทั่งสามารถออกหมายจับ น.ส.ประยูร หรือป้ากาเหว่า ในข้อหา “สมคบฯ” ได้ในที่สุด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้ส่งชุดสืบสวนแกะรอยหาตัวเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์จนสุดท้ายสามารถติดตามจับกุมได้ขณะที่อยู่กับแฟนหนุ่มที่พิการ (เป็นใบ้) โดยทั้งสองเพิ่งเดินทางกลับจากการไปมั่วสุมที่ชุมชนคนไร้เสียงย่านพระราม 9 หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจสอบภาพในโทรศัพท์ของป้ากาเหว่าพบภาพการมั่วสุมยาเสพติดในชุมชนคนไร้เสียง และพบข้อความติดต่อขายยาเสพติด “เป็นประจำ”

ในชั้นจับกุม น.ส.ประยูรให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองมีความพิการประเภทหูตึง ใครพูดจะไม่ค่อยได้ยินจะต้องมาตะโกนใกล้ๆ หู ในคดีนี้ตนยอมรับสารภาพว่าขายยาบ้า แต่ไม่ได้ขายยาไอซ์ โดยอ้างว่าที่ขายเพราะตนเองถูกบังคับให้ขาย ไม่ได้หลอกให้คนใบ้รายอื่นๆ ไปเดินยา แต่เป็นความสมัครใจของพวกเค้าเอง ส่วนคนที่ตนไปรับยาเสพติดมาปล่อยต่อคือ นายต่อ กับ เจ๊ฝน โดยทั้งสองเป็นขาใหญ่อยู่ในชุมชนคนไร้เสียงพระราม 9 แต่ตนเองขอไม่พูดถึงไปมากกว่านี้เพราะกลัวว่าเพื่อนจะไม่คบ”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า “เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะจากพยานหลักฐานการติดต่อซื้อขายยาเสพติดในคดีตั้งต้นนั้นมัดแน่น แต่ที่ทำให้ผมรับไม่ได้คือการใช้ความพิการ ความด้อยโอกาสของคนอื่น หลอกใช้ให้กระทำสิ่งผิดกฎหมายเยี่ยงนี้ ซึ่งหลังจากนี้เราจะมีการขยายผลโดยละเอียด หากผู้ใดมีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ โดยเฉพาะในชุมชนคนไร้เสียง ย่านพระราม 9 โปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”