ป.ป.ส. แถลงจับกุม พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่เวียดนาม วัย 33 หลังหนีหมายจับอยู่ในไทย

7.06.24 | 11:46 น.

ป.ป.ส. แถลงจับกุม พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่เวียดนาม วัย 33 หลังหนีหมายจับอยู่ในไทย


เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.ฯ ปรก. สตม. และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.1 ร่วมแถลงผลการจับกุม MR.NGUYEN TUAN THANH อายุ 33 ปี นักค้ายาเสพติดรายสำคัญของเวียดนาม ซึ่งหลบหนีหมายจับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุเกิดที่คอนโดมิเนียมย่านวัฒนา กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุม MR.NGUYEN TUAN THANH นักค้ายาเสพติดรายสำคัญของเวียดนามรายนี้ สืบเนื่องมาจากช่วงวันที่ 17 เมษายน 2567 สำนักงาน ป.ป.ส.ได้รับข้อมูลจากกรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติด กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ (Counter Narcatics Police Department, Ministry of Public Security) เกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้ซึ่งได้หลบหนีหมายจับจากคดียาเสพติดมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยคดีที่ถูกออกหมายจับ เกิดขึ้นเมื่อ 22 กันายน 2565 ผู้ต้องหาข้อหาจำหน่ายยาเสพติดพร้อมของกลางเป็นใบยาสูบชุบสารเสพติด ADB-Butinaca ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาอีก 7 ราย รวมของกลางยาเสพติดใบยาสูบชุดสารเสพติดดังกล่าว น้ำหนัก 200 กก. ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า ผู้สั่งการในกระบวนการผลิตยาเสพติดดังกล่าว คือ MR.NGUYEN TUAN THANH

ต่อมาในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 หน่วยงานสืบสวนสอบสวนนครฮานอย ได้ออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ด้วยข้อหา “ลักลอบผลิตยาเสพติด” ซึ่งทางการเวียดนามสืบทราบว่า บุคคลดังกล่าวได้หลบหนีหมายจับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงประสานสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อให้ช่วยสืบสวนติดตาม

Advertisement

ต่อมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว ใช้วีซ่าประเภททำงานในประเทศไทย จนกระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบบุคคลตามหมายจับและที่พักอาศัยดังกล่าว พบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับไม่ได้ประกอบอาชีพตามที่ระบุไว้ในวีซ่า ประกอบกับเป็นบุคคลต่างด้าวได้อยู่ในราชอาณาจักรโดยขัดต่อหลักเกณฑ์ในการขออยู่ต่อ เนื่องจากขออยู่ต่อเพื่อเป็นแรงงานกรรมกร สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงดำเนินการยกเลิกวีซ่าทันทีในวันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส.จึงร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่กรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติดเวียดนามวางแผนเพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับเวียดนามรายนี้ ได้ในเวลาต่อมา