หน้าแรก ในประเทศ เร่งช่วยพังสร...

เร่งช่วยพังสร้อยทอง แก้มอักเสบ ช้างป่าแม่ลูกอ่อน แก้มบวมหนัก ให้นมลูกไม่ได้

8.06.24 | 07:49 น.

เร่งช่วยพังสร้อยทอง แก้มอักเสบ ช้างป่าแม่ลูกอ่อน แก้มบวมหนัก ให้นมลูกไม่ได้

วันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัชสิต จงจรัสพร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทำหนังสือขอความร่วมมือถึง คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธิพิทักษ์คชสาร วัดเวฬุวัน โดย หลวงปู่สาคร ธัมมาวุโธ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ประชาชนชุมชน ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อวางแผนรักษา ช้างพังสร้อยทอง พังแม่ลูกอ่อน ที่ทนทุกข์ทรมานจากอาการ ปวด บวม อักเสบที่แก้มซ้าย กินอาหารไม่ได้ ทนเจ็บมานานนับเดือน ไม่สามารถให้นมลูกช้างเพศผู้ของตัวเองได้

โดยขอความอนุเคราะห์จาก ผส.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนับสนุนทีมสัตวแพทย์ ระบุว่า ด้วยอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้พบข้างป่าเพศเมียป่วย มีลักษณะบวมบริเวณแก้มซ้าย ผอม ยืนน้ำลายไหล กินอาหารลำบาก บริเวณแปลงปลูกป่าองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ บ้านไร่ป้า ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ขอเรียนว่า ได้ประสานส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการสุขภาพและคลินิกสัตว์ป่าเข้าดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบ ประเมินอาการ และทำการ รักษา พบว่าช้างป่ามีอาการบวมของแก้มลดลง มีลักษณะนิ่มขึ้นย้อยตัวลงบริเวณใกล้คาง ไม่มีของเหลว เช่นหนอง หรือน้ำลายไหล ออกจากปาก มีความร่าเริง สนใจสิ่งแวดล้อม กินอาหารจำพวก ใบไม้ ใบไผ่ใบกล้วย ต้นหญ้า และลูกส้าน จากการรักษาโดยการฉีดยา พบว่าทำให้การอักเสบ บวม ลดลงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถทำให้แก้มยุบลงจนเป็นปกติได้

Advertisement

จึงขอความอนุเคราะห์ทีมสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการบวมดังกล่าว และเพื่อวางแนวทางในการรักษาข้างป่าในวันที่ 7-9 มิถุนายน2567

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากสมาชิก กลุ่มรักษ์ช้างป่าทองผาภูมิ กล่าวว่า ช้างพังสร้อยทอง อายุประมาณ 15 ปี ตั้งแต่เกิดช้างพังสร้อยทองชอบหาเถาวัลย์เพื่อมาคล้องลำคอตัวเอง ทำให้ชาวบ้านได้ตั้งชื่อว่า แม่พังสร้อยทอง เมื่อสองปีที่ผ่านมาได้ให้กำเนิด ลูกช้างเพศผู้ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ช้างแม่พังสร้อยทอง ใช้ชีวิตทั่วไปแบบช้างตัวอื่น หลังจากช้างแม่พังสร้อยทองมีอาการปวดฟันล่าง ข้างซ้าย ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ และมีอาการหงุดหงิดบ่อยครั้ง ชอบออกนอกฝูงช้าง เข้ามาในชุมชนหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านได้เกิดเกรงกลัวจะมาทำร้ายชาวบ้าน จึงได้หาแนวทางคนกลับช้างอยู่ร่วมกัน

มีรายงานว่า ปฏิบัติการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน ช่วยรักษาแม่พังสร้อยทอง พังแม่ลูกอ่อน ที่ทนทุกข์ทรมานจากอาการ ปวด บวม อักเสบที่แก้มซ้าย กินอาหารไม่ได้ และไม่สามารถให้นมลูกได้

โดยวันที่ 8 -9 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะทำงานออกจากวัดเวฬุวัน เริ่มปฏิบัติค้นหาพังสร้อยทอง บริเวณตำบลห้วยเขย่ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และสัตวแพทย์จากกรมอุทยานประเมินอาการวางยา แม่พังสร้อยทอง และลูกช้าง คณะสัตวแพทย์ ม.เกษตร เข้าช่วยทำการรักษา ตรวจดูฟัน หรืองา ที่เป็นสาเหตุอาการอักเสบ เจาะหนองบริเวณแก้ม หรือทำการผ่าตัดฟัน แล้วแต่สถานการณ์ อช. ทองผาภูมิ และอาสาสมัครผลักดันช้าง ช่วยป้องกันช้างโขลงเข้ามารบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่
ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ ในวงการสัตวแพทย์ไทย ที่จะมีความร่วมมือในการดูแลและอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกันทุกภาคส่วน และจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนได้ร่วมมือกันทำงานเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรของชาติต่อไป