วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.ท.บรรเทิง จันทร์ฉาย สว.สอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีรถเก๋งถูกกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.ใช้ท่อนไม้ทุบทำให้รถเก๋งเสียหาย เหตุเกิดบนถนนสาย 347 บริเวณด้านหน้าสำนักงาน เทศบาลตำบล ม.6 ต.มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งฮอนด้า สีดำ จอดอยู่ข้างทาง มีนายภาคภูมิ บัวหอม อายุ 36 ปี ผู้ช่วยหมวดการทางเขาพระงาม จ.ลพบุรี ยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตกใจ ที่บริเวณขอบกระจกรถด้านซ้าย มีรอยถูกตีด้วยของแข็งจนบุบ บนพื้นถนนพบท่อนไม้โครงป้ายตกอยู่ 1 อัน
นายภาคภูมิกล่าวว่า ตนเองพร้อมกับภรรยาอยู่ระหว่างเดินทางจาก จ.ลพบุรี ไปหาญาติ ในกรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงบริเวณ 4 แยกเจ้าปลุกพบเห็นกลุ่มรถ จยย.จำนวนกว่า 20 คัน มีรถเก๋งปิดท้ายขบวน จึงได้ขับแซง พร้อมกับบีบแตรเพื่อเปิดเส้นทาง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มรถ จยย. ได้ขับกวดติดตามตน และมาดักรถตนที่บริเวณหน้าเทศบาลตำบลมหาราช ในระหว่างนั้นตนได้โทรศัพท์ 191 แจ้งขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วรีบขับรถเพื่อจะหลบหนี เมื่อขับรถผ่านกลุ่มรถ จยย.ที่จอดอยู่ หนึ่งในกลุ่มรถ จยย.ได้ใช้ท่อนไม้ทุบที่รถของตน ตนจึงได้ขับรถหลบหนีถูกกลุ่มรถ จยย.ขับติดตามมาอีก ผ่าน สภ.บางปะหัน พอดี จึงเลี้ยวรถเข้าไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางปะหัน คนร้ายจึงหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดติดตาม จับกุมกลุ่มรถ จยย.แต่ไม่ทัน รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะถูกกลุ่มวัยรุ่นทุบรถและเข้ามาทำร้ายตนกับภรรยา โดยเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องหน้ารถของตนสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่ากลุ่มรถ จยย.ทั้งหมดน่าจะเป็นกลุ่มคาราวานรถ จยย. ที่รวมกลุ่มขับรถไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในต่างจังหวัด โดยกลุ่มนี้น่าจะเดินทางกลับมาจากวัดเขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ และบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามรถจยย.คันที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

