แจ้งความเอาผิด แม่ค้าArt toyโปรไฟล์ดี สั่งซื้อ ‘ลาบูบู้’ ไม่ได้รับของ เสียหายกว่า 12 ล้าน บางรายเครียดถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความหลังซื้อ “ลาบูบู้” จากเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง แล้วแม่ค้าปัดไม่ส่งของให้ บางรายเครียดคิดฆ่าตัวตาย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท
น.ส.แพรพิไล อายุ 42 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเคยซื้อ-ขาย Art toy กับแม่ค้าคนดังกล่าวเป็นปกติ ก่อนหน้านี้ก็มีการส่งของตามรอบ ก็ไม่มีปัญหา แต่ล็อตล่าสุดแม่ค้าได้โพสต์ขายสินค้าลาบูบู้หน้าเฟซบุ๊กแบบพรีออเดอร์ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นกระแส สามารถขายได้ จึงตัดสินใจซื้อเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยพรีออเดอร์ 10 วัน แต่พอถึงวันส่งของแม่ค้ากลับเลื่อนนัดเป็นวันอื่น อ้างว่าของยังไม่มา และมีการเลื่อนอีกหลายครั้ง จึงเชื่อได้ว่าถูกหลอก โดยตนได้มีการติดต่อไปยังแม่ค้า แต่แม่ค้าก็อ้างว่าสินค้าที่พรีออเดอร์โดนโกดังที่จีนโกง จึงยังไม่ได้สินค้า แต่แม่ค้าก็ไม่ยอมคืนเงิน ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายรวมตัวกันมากเกือบ 140 ราย ความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท

ด้าน น.ส.เอ (สงวนชื่อ) กล่าวว่า ที่ตนตัดสินใจซื้อเพราะแม่ค้ามีโปรไฟล์ดี โดยตนพบว่ามีการขายของมานานกว่า 2-3 ปี มีสามีเป็นแพทย์ ลูกเรียนเมืองนอก ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการซื้อขายสินค้า Art toy อื่นๆ และส่งของตามรอบบิลปกติ แต่ครั้งนี้แม่ค้ามีการขายราคาต่ำกว่าท้องตลาด จากราคา 10,000 เหลือ 7,000 บาท ตนมองว่าสามารถเอาไปขายต่อในราคา 10,000-12,000 บาทได้ ซึ่งเคยขายในราคา 8,000 บาทแล้วมีคนซื้อ สามารถทำกำไรได้ จึงทำการสั่งซื้อมาการอง 110 กล่อง, บันนี่ 50 กล่อง, พวงกุญแจ Cry Baby 13 กล่อง เป็นต้น มูลค่าความเสียหาย 1.5 ล้านบาทในล็อตนี้ และเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ไม่สามารถติดต่อแม่ค้าได้ เนื่องจากถึงเวลานัดหมายแล้วแม่ค้าไม่ส่งของ โดยได้ทักแม่ค้าไป แม่ค้าเข้ามาอ่านแต่ไม่ตอบกลับ ส่วนการโอนเงิน ได้โอนไปยังแม่ค้าและสามีของเเม่ค้า ซึ่งมีผู้เสียหายบางรายเครียดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย โดยตนได้นำเงินเก็บมาใช้ลงทุนในครั้งนี้
จากการสืบของกลุ่มผู้เสียหายเองพบว่าแม่ค้าคนดังกล่าวมีบ้านอยู่ที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ และมีหน้าร้านอยู่ที่ชั้น 5 เมกะพลาซ่าสะพานเหล็ก โดยมีการเปิดหน้าร้านจริงและมีสินค้าจริง ซึ่งขายดีมาก แต่จากการพูดคุยกับพนักงานในร้านบอกว่าจะเซ้งร้านแล้ว จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมจึงต้องเซ้งร้าน เพราะขายดีและลูกค้าเยอะ
อีกทั้งยังมีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าแม่ค้ามีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าจะทยอยคืนเงินหลังจากกลุ่มผู้เสียหายมีการเคลื่อนไหวว่าจะมาแจ้งความ โดยแม่ค้าพยายามที่จะประสานว่าจะทยอยคืนเงิน แต่จำนวนที่คืนไม่ได้ตามยอดที่จ่ายไป เนื่องจากผู้เสียหายจำนวนกว่า 140 คน แต่กลับทยอยคืนเพียง 5 คน ทุกคนจึงตัดสินใจนำหลักฐานมาแจ้งความในวันนี้


