อีกแล้ว มูลนิธิตีกันแย่งผู้บาดเจ็บ แนะศูนย์เอราวัณจัดแบ่งโซนนิ่ง

10.06.24 | 13:45 น.

อาสาร่วมกตัญญู เล่าเหตุถูกอาสาเพชรเกษมยกพวกรุมทำร้ายกว่า 40 คน หนีตายอลหม่าน ด้านกรรมการร่วมกตัญญู ไม่ไกล่เกลี่ย หวั่นเกิดเหตุซ้ำ


จากกรณี เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันระหว่างมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพ โดยฝั่งอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูผู้ถูกทำร้ายร่างกาย ได้เข้าช่วยเหลือเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเพราะหักหลบสุนัข อาสาฝั่งมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพก็ได้มีการเข้าช่วยเหลือเช่นเดียวกัน และเกิดการวิวาทกันระหว่าง 2 มูลนิธิฯ โดยฝั่งอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูได้มีการมาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง หลังจากเกิดเหตุทันที

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ สน.วังทองหลาง นายชัยวุฒิ แสงสุขสว่าง อายุ 36 ปี อาสาฯมูลนิธิร่วมกตัญญูวังทอง คนเจ็บในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ขับรถกับน้องอีก 1 คน ไปรับคนเจ็บ มาถึงที่เกิดเหตุก่อนประมาณ 10 นาที กำลังให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และกำลังนำตัวส่ง รพ. ในขณะนั้นก็มีอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพ ขับรถมาประมาณ 10 คัน ประมาณ 30-40 คน ล้อมรอบรถตนเองไว้ ไม่ให้นำส่งคนเจ็บ ก่อนจะลงรถมาหาเรื่อง ตะโกนโวยวาย จับใจความได้ว่า “ให้คนเจ็บไปกับคนอื่น ส่วนมึงอยู่กับกูก่อน” จากนั้นก็มีการตรงเข้ามาทำร้ายร่างกายตนกับน้องที่มาด้วยกัน โดยฝั่งตรงข้ามมีอาวุธเป็นไม้เบสบอลที่หยิบได้จากบริเวณแถวนั้น

ยอมรับว่าตนเคยมีปัญหากับคู่กรณีกันก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. โดยอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษมกรุงเทพได้นำคนเจ็บไปส่งคนละโรงพยาบาลกับที่ญาติคนเจ็บบอก หลังจากนั้นญาติก็ติดต่อมูลนิธิไม่ได้ จึงติดต่อมาทางมูลนิธิของตนให้นำคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาตามที่ญาติบอก หลังจากนั้นหนึ่งในคู่กรณีฝั่งอาสามูลนิธิเพชรเกษมก็ได้โพสต์ด่าตนผ่านเฟซบุ๊ก จนล่าสุดมาเจอกันเมื่อคืนที่ผ่านมา และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว

Advertisement
นายชัยวุฒิ แสงสุขสว่าง

โดยตนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกกหูซ้าย แก้มซ้าย แผ่นหลัง และน้องกู้ภัยที่มาด้วยกันโดนไม้เบสบอลตีที่หน้าขาขวา หลังจากเกิดเหตุตนก็ขับรถมายัง สน.วังทองหลาง เพื่อแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย และในวันนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย

มองว่าปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย แก้ไม่ได้สักที ต้องให้ผู้ใหญ่ทางศูนย์วิทยุเอราวัณจัดการอย่างเด็ดขาด จัดโซนวิ่งเขตใครเขตมัน จะได้ไม่เกิดปัญหาลักษณะนี้

ด้านนายพิมพ์ชนก ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ในส่วนมูลนิธิร่วมกตัญญูยืนยันว่าไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง และไม่เจรจาไกล่เกลี่ยกับหน่วยงานกู้ชีพที่อยู่นอกระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพราะหากปล่อยให้มีการเจรจาและเรื่องจบกันบนโต๊ะ ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก แต่ที่ตำรวจนัดหมายทั้งสองฝ่ายมาเจรจาในวันนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ตามกระบวนการของตำรวจไป

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิร่วมกตัญญูยืนยันว่าสามารถทำงานร่วมกับมูลนิธิอื่นได้ เพราะปัจจุบันในระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีการทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บร่วมกับ 8 องค์กร และแม้เหตุที่เกิดขึ้นจะมาจากการโต้เถียงบนโซเชียลมีเดีย และส่งผลกระทบต่อการทำงานในพื้นที่ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมจะมองว่าเป็นการแย่งผู้บาดเจ็บ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่เป็นการที่ฝั่งคู่กรณีมาแย่งผู้บาดเจ็บฝั่งของตนเอง แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยคือการทำร้ายร่างกายกันต่อหน้าประชาชนซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ

นายพิมพ์ชนก ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา