นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้าง หากไม่จัดหรือจัดฝึกอบรมแต่ไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดย พ.ร.บ.ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบการ มีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กฎหมายระบุว่าให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 100 คน ขึ้นไป พัฒนากำลังแรงงานของประเทศปีละไม่น้อยกว่า 4 ล้านคน โดยในอนาคตจะปรับแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ โดยปรับขนาดของสถานประกอบกิจการ จากลูกจ้างตั้งแต่ 100 คน เป็นสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คน ต้องดำเนินการจัดอบรมแก่พนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ทั้งนี้เพื่อให้นายจ้างหรือผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแรงงานให้มากขึ้น
นายธีรพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เป็นการยกระดับแรงงานในประเทศไทยให้มีศักยภาพ และมีความทัดเทียมกับแรงงานในประเทศต่างๆด้วย สำหรับขั้นตอนดำเนินการปรับแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ นั้น ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเสียก่อน ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนทั้งลูกจ้าง นายจ้าง ภาคอุตสหกรรม ภาคการศึกษา เป็นต้น หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากสถานประกอบกิจการใดถึงแม้มีลูกจ้างไม่ถึง 100 คน แต่ทำการพัฒนาฝึกอบรมลูกจ้างของตนเอง ก็สามารถนำมาขอรับรองการฝึกอบรมกับ กพร. เพื่อขอรับการลดหย่อนภาษีร้อยละ 100 ได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันการขอรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมก็สะดวกรวดเร็วเพราะสามารถยื่นขอรับรองได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือ e – service ซึ่งตั้งแต่ ตค.59-ปัจจุบัน มี สปก.พัฒนาพนักงานของตนเองแล้ว 1,797,290 คนรวมค่าใช้จ่ายที่นำไปลดหย่อนภาษีได้แล้วกว่า 957 ล้านบาท

