อัจฉริยะ ลั่น จะเดินหน้า ดำเนินคดีเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิกขาย ปมอาหารเสริมของสามี-ภรรยาชื่อดัง

12.06.24 | 11:30 น.

อัจฉริยะ แจงเพิ่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สามี-ภรรยาชื่อดัง อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ลั่น จะเดินหน้า ดำเนินคดีเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิกขาย


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ปคบ. กรณีที่สองสามีภรรยาดาราชื่อดัง โพสต์ขายสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน โอ้อวดเกินจริง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารและยา มาตรา 40 และ 41 ที่มีอัตราโทษ จำคุก 3 ปี และปรับ 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า จากที่ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. เนื่องจากตนได้ฟังแถลงข่าวของทางสองสามีภรรยา และทางทนายมีอยู่ประมาณ 3 ประเด็น ที่สามารถจับใจความได้จากการแถลงข่าวของสองสามีภรรยา ซึ่งจากกิริยาที่เห็น มองไม่เห็นเลยว่าจะมีความรับผิดชอบอะไรเลย แล้วยังบอกอีกว่า อาหารเสริมมีการปลอมแปลง และบอกว่าไม่มีการผสมสารไซบูทรามีนอีก

Advertisement

โดยเมื่อวานที่ผ่านมา ทางทนายของสองสามีภรรยาได้ไปมอบหนังสือให้นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนำตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากล็อตการผลิตเมื่อเดือน ก.พ.-เม.ย.2567 ที่ได้จากโรงงานผลิต รวมถึงตัวอย่างสินค้าลอกเลียนแบบ มาให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบสารไซบูทรามีน

โดยหลังจากเสร็จสิ้นการหารือ ดร.ธนกฤตได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้รับการประสานงานจากทนายเจมส์ว่าจะนำสินค้ามายื่นขอให้กระทรวงตรวจสอบสารปนเปื้อนของสารไซบูทรามีน เมื่อร้องขอมาก็จะตรวจสอบให้ตามที่ร้องขอ ให้รับตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์หาสารปนเปื้อนว่ามีหรือไม่

โดยใช้เวลาตรวจอย่างน้อย 7-10 วัน แต่ผลออกมาอย่างไรจะไม่ไปกระทบกับสำนวนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการในส่วนคดีความ แต่เป็นการยืนยันเฉพาะสินค้าที่ได้รับมาตรวจเท่านั้น

ซึ่งนายอัจฉริยะเปิดเผยต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่ควรที่จะเข้ามายุ่งวุ่นวายในเรื่องนี้ ควรเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนี้ และประเด็นที่ทางสองสามีภรรยาได้โทรมาไกล่เกลี่ยกับตน บอกว่าขอโทษและพร้อมเยียวยา

ตนขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ตนไม่รับคำขอโทษ เนื่องจากตนโดนดูถูกว่าโดนรับจ้างมา ทั้งบอกว่าใส่ร้ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเขา ซึ่งความเป็นจริงตนไม่ได้ที่จะใส่ร้ายเขา สิ่งที่ตนทำเพื่อความถูกต้อง และไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ผสมสารอันตรายนี้

ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทางเจ้าของโรงงานที่ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนี้ มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และจะให้มีการตรวจสอบภาษีของบริษัทต่างๆ ที่ผลิตอาหารเสริมนี้ว่าถูกต้องหรือไม่ และแม้ว่าผลตรวจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนี้จะออกมาอย่างไรก็ตามตนก็จะเดินหน้าดำเนินคดีกับผลิตภัณฑ์นี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าทางผลิตภัณฑ์นี้จะเลิกขายหรือเลิกโพสต์อ้างสรรพคุณที่เกินจริง