กทม. จ่อให้ผู้ประกอบการขออนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 15 ก.ค.นี้ สกัดเพลิงไหม้

12.06.24 | 20:03 น.

กทม.เตรียมกำหนดเงื่อนไขป้องกันเพลิงไหม้ร้านค้าสัตว์เลี้ยง จ่อให้ผู้ประกอบการขออนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ภายใน 15 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกทม. นายบุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ น.ส.ฎายิน เพชรรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการ SOS Animal Thailand องค์กรเพื่อสวัสดิภาพสัตว์แห่งประเทศไทย และนายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ร่วมแถลงมาตรการจัดการไฟไหม้ และการจัดการตลาดขายสัตว์ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ตลาดศรีสมรัตน์ หรือ ตลาดปลาจตุจักร ถนนกำแพงเพชร เขตจตุจักร

นายชัชชาติ กล่าวว่า ตลาดศรีสมรัตน์ เป็นตลาดที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีร้านค้าเสียหาย 118 ล็อค คิดเป็น 1,400 ตร.ม. จำนวนสัตว์ที่เสียชีวิตประมาณ 5,000 ตัว จากที่ร้านค้าแจ้งเข้ามา ปัญหาคือทุกร้านค้าล็อกไว้ทำให้เข้าไปดับเพลิงยาก

นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องมาดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เกี่ยวกับกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ไม่เคยมีการออกใบอนุญาต เพราะยังมีความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย ต่อมา พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ที่กรมปศุสัตว์เป็นผู้ดูแลในการออกใบอนุญาตให้ทำการค้าสัตว์หรือซากสัตว์ (ร.10) และ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 โดย กทม.เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นร่วมปฏิบัติการ

Advertisement

“กทม.สอบถามไปยังกรมอนามัยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 66 ว่าการขายสัตว์เลี้ยงเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ซึ่งกรมอนามัยทำหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 67 ว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่ กทม.ต้องเป็นผู้ออกใบอนุญาต ครอบคลุมกิจการเพาะพันธุ์ เพาะเลี้ยง การค้าขาย การอนุบาล คาเฟ่สัตว์ อาบน้ำสปาสัตว์ โดยภายในวันที่ 15 ก.ค. 67 จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า หลังจากนี้ รฟท.ต้องมาขอใบอนุญาตเปิดตลาดศรีสมรัตน์ใหม่ และแต่ละร้านค้าต้องมาขอใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กับทาง กทม. ต้องมาตกลงกันว่าถ้าทำใหม่แล้วต้องมีสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสัตว์ด้วย และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ มีจุดค้าขายสัตว์เลี้ยงอีก 2 ที่ใหญ่ คือ ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) เขตทวีวัฒนา และตลาดจตุจักร 2 มีนบุรี เขตมีนบุรี

“ตลาดปลาจตุจักรถ้าไม่ดีจริงไม่ให้เปิดแล้ว ถ้าไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะไม่มีการทารุณกรรมสัตว์ ต้องให้มั่นใจว่าถ้าจะเปิดต้องเป็นประโยชน์กับสัตว์และประชาชน ต้องให้สัตว์ที่เสียชีวิตไปเกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ในอนาคตจะต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยในร้านค้าสัตว์ เพราะสัตว์เปิดประตูหนีไม่ได้ โดยจะนำมาเป็นเงื่อนไขในการให้ใบอนุญาต ต้องมีมาตรฐานหรือมีคนเฝ้าดูแล” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน น.ส.ทวิดากล่าวว่า จากการสำรวจกิจการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเน้นสุนัขและแมวในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว มีทั้งหมด 233 แห่ง พบว่ามีการขอใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจำนวน 6 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต 227 แห่ง ส่วนการขออนุญาตประเภท ร.10 มีใบอนุญาต 30 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต 36 แห่ง ซึ่งต่อไปจะต้องมีการขอใบอนุญาตทั้ง 2 ตามประเภทกิจการ

ด้าน นายบุญกฤต จะมีการไปตรวจสอบสถานที่ การดำเนินการต่างๆ ก่อนที่จะมีการอนุญาตประเภท ร.10 ส่วนการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ได้มีการจัดทำคู่มือสวัสดิภาพสัตว์แจกให้กับผู้ประกอบการ ในตลาดที่เกิดเหตุ และตลาดที่มีการขายสัตว์เลี้ยง โดยการดพเนินการต่อไปจะร่วมกับทาง กทม.ว่ามีผู้ประสงค์จะเข้าไปทำการค้าสัตว์ เพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบก่อนที่ออกใบอนุญาตประเภท ร.10

ด้าน น.ส.ฎายินกล่าวว่า ต้องมานับจำนวนร้านค้าใหม่ เนื่องจากมีร้านค้าสัตว์เลี้ยงมากกว่าตัวเลขที่สำรวจ เพราะมีร้านค้าทางออนไลน์ด้วย เพื่อที่จะได้วางแผนการแก้ปัญหา โดยผู้ประกอบการก่อนจะเข้าไปค้าขายต้องทำความเข้าใจข้อกำหนดต่างๆของกรมปศุสัตว์ และหลังจากที่มีการให้ใบอนุญาตแล้ว ต้องมีการลงติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน นายโรเจอร์กล่าวว่า ยังมี พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์ป่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับตลาดที่เกิดเหตุเพราะมีสัตว์ป่านำเข้า และสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับอนุญาตการเพาะเลี้ยง จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่การนำมาเลี้ยง หรือค้าขายจะเข้าข่าย พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่อุบัติเหตุครั้งนี้สามารถป้องกันได้ เป็นการตอกย้ำความละหลวมของการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่มาก่อน และที่จะมีเพิ่ม อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตลาดนัดสัตว์เลี้ยงจะต้องมีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ กทม. เข้าไปตรวจสภาพร้านค้าสัตว์เลี้ยง ไม่ให้ผิดสุขลักษณะอนามัยสัตว์ ต้องมีระบบสปริงเกิลฉีดน้ำดับเพลิงด้วย

“เคยมีอดีตผู้ว่าฯ กทม. ท่านหนึ่งหารือกับสมาคมพิทักษ์สัตว์ ในการแก้ปัญหาตลาดปลาจตุจักร นี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่ เป้นปัญหาที่โยนกันไปมาระหว่าง กทม. กับ รฟท. ซึ่งอดีตผู้ว่าฯ กทม.พอหารือเสร็จวันรุ่งขึ้นเอาตู้คอนเทนเนอร์ไปตั้ง เพื่อช่วยดูแลสวัสดิภาพสัตว์ในขณะนั้น” นายโรเจอร์กล่าว