เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สว.กก.5บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.กรรยา(สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 5 หมายจับ ได้แก่ 1.ศาลจังหวัดนาทวี ที่ 151/2566 ลงวันที่ 3 เมษายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน”ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น” 2.หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.711/2565 ลง 6 ธันวาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงแดงตนเป็นบุคคลอื่น และ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จอันน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” 3.หมายจับศาลอาญา ที่ 2128/2566 ลง 4 กรกฎาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” 4.หมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ 168/2566 ลง 9 สิงหาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ปลอมเอกสารราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จอันเป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” และ 5.หมายจับศาลแขวงอุดรธานี ที่ จ.34/2566 ลง 13 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ผู้อื่น” ได้ในพื้นที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. รับมอบหมายให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จึงตรวจสอบพบว่า น.ส.กรรยา มีหมายจับในคดีเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงรวม 5 หมายจับข้างต้นตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำบัญชีธนาคารซึ่งเป็นชื่อผู้ต้องหาไปใช้ในการรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้เพื่อตรวจสอบ, หลอกให้ร่วมลงทุนขายสินค้าออนไลน์โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง และหลอกขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงวางแผนร่วมกันจับกุม สอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพียงว่าเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2566 รับจ้างเปิดบัญชีให้กับไกด์ชาวจีนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยรับค่าจ้างบัญชีละ 1,500 บาท และหลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อไกด์ชาวจีนคนดังกล่าวเชื่อว่าไกด์ชาวจีนคนดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ที่รวบรวมบัญชีเพื่อส่งให้กับคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ในการรับโอนงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายในรูปแบบต่างๆ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ จังหวัดสงขลา ดำเนินการต่อไป

