ปกครองบุก นาซ่า คลับ ชลบุรี แหล่งอัพยาใหม่ นักเที่ยวโยนยาทิ้งเกลื่อน ฉี่ม่วง 157 ราย

15.06.24 | 13:15 น.

มท.1 สั่งการอธิบดีปกครอง นำหน่วย DOPA FORCE สนธิกำลังร่วม บช.ปส. บุกทลายผับ NASA CLUB (นาซ่า คลับ ชลบุรี) แหล่งรวมนักเที่ยวอัพยาแห่งใหม่ ใจกลางอมตะนคร เมืองชล 

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมการปกครอง โดยชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและรักษาความสงบ (DOPA FORCE) โดยร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายอิสรา เจริญชาศรี ผู้อำนวยการกองการสื่อสาร และนายเสรี กัณฑ์โรจน์ เลขานุการกรมการปกครอง พร้อมพนักงานฝ่ายปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กว่า 150 นาย สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำโดย พลตำรวจตรี นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 ลงพื้นที่เข้าตรวจค้น NASA CLUB Chonburi พื้นที่ตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สถานบริการแห่งใหม่ แหล่งใหญ่ ที่ปล่อยให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดอย่างกับเป็นเรื่องปกติ ประดุจดั่งอยู่นอกโลก

“จากการตรวจสอบพบข้อมูลว่า สถานบริการ NASA CLUB Chonburi ลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตสถานบริการ มีการโฆษณาเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และที่สำคัญมีการปล่อยให้นักเที่ยวใช้ยาเสพติดและมีการจำหน่ายยาเสพติดภายในร้านอย่างเสรี ทั้งนักเที่ยว และพนักงานของร้าน ต่างเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดอย่างเสรี มั่วสุมเสพยาเสพติดภายในร้าน นอกจากนี้พฤติกรรมของนักเที่ยวยังมีความอันตราย มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันภายในร้านอยู่บ่อยครั้ง และพกพาอาวุธเข้ามายังสถานบริการ โดยผ่านการตรวจค้นจากพนักงานของร้านมาได้อย่างง่ายดาย” นายอรรษิษฐ์กล่าว

นายอรรษิษฐ์กล่าวต่อไปอีกว่า สายลับชุดปฏิบัติการ DOPA FORCE ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอำพรางจาก บช.ปส.เข้าสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดอีกครั้งในคืนวันที่ 14 มิถุนายน พบว่าสถานบริการ NASA CLUB Chonburi มีการกระทำผิดเช่นเดียวกับการสืบสวนก่อนหน้านี้ จึงได้แจ้งไปยังชุดจับกุม และในเวลา 01.30 น.ของวันที่ 15 มิถุนายน จึงเปิดปฏิบัติการจู่โจมจับกุมสถานบันเทิงละเมิดกฎหมายทันที

Advertisement

ซึ่งเมื่อชุดจับกุมเข้าไปถึงพบนักเที่ยวกำลังมันส์กับเสียงเพลงและเคลิบเคลิ้มไปกับสารเสพติด เมื่อรู้ตัวว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้ามาในพื้นที่ นักเที่ยวผู้เสพยาเสพติดพยายามหลบหนี และโยนยาเสพติดทิ้งลงพื้นทั้งภายในร้านและภายในห้องน้ำอีกจำนวนมาก และที่สำคัญสถานบริการแห่งนี้มีการปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติดภายในอาคาร ซึ่งตรวจสอบพบมีนักเที่ยวจำนวนกว่า 500 คน และมียาเสพติดตกกระจายเกลื่อนพื้น มีลักษณะเป็นผงสีขาว คาดว่าเป็นเคตามีน ยาอี

“จากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายนักท่องเที่ยว พบมีสารเสพติด 157 ราย แบ่งเป็น ชาย 68 คน หญิง 89 คน และพบผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี อีกจำนวน 8 คน พนักงานฝ่ายปกครองจึงได้จับกุมตัวเจ้าของร้าน ผู้ดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวและของกลางไปร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานความผิด 1) เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2) จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 3) มีการปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติดภายในบริเวณสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเหตุผลประกอบการทำคำสั่งปิดสถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี” นายอรรษิษฐ์กล่าว