จบดราม่า น้อง 6 ขวบป่วยโรค “ไฝยักษ์” สธ.รับรักษาที่ รพ.เด็ก ชี้เป็นโรคหายาก แต่พบได้ในไทย

17.06.24 | 13:28 น.

จบดราม่า น้อง 6 ขวบป่วยโรค “ไฝยักษ์” สธ.รับรักษาที่ รพ.เด็ก ชี้เป็นโรคหายาก แต่พบได้ในไทย

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มูลนิธิเป็นหนึ่ง นำครอบครัวเด็กชายวัย 6 ขวบที่ป่วยเป็นโรคปานหรือไฝยักษ์ทั่วแผ่นหลัง เข้าขอความช่วยเหลือที่กระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เข้าให้การช่วยเหลือ

น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า กรณีของน้องวัยหกขวบตนทราบจากสื่อโซเชียลจึงได้ประสานทางครอบครัวเพื่อต้องการช่วยเหลือให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการรักษา ในเบื้องต้นที่ได้พูดคุยกับเด็กวัยหกขวบอาศัยอยู่กับตาที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนพ่อกับแม่แยกทางกันและเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เบื้องต้นอาการของน้องพบเป็นมาตั้งแต่เด็กพออายุเริ่มมากขึ้นขนาดของปานหลังก็ใหญ่ขึ้น ในช่วงที่อากาศร้อนก็จะคัน แสบบริเวณที่ที่มีปาน ต้องเกาแรงๆ หรือทุบหลัง ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย โดยตาเคยพาไปรักษาในจังหวัดขอนแก่นแต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำให้ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง ในวันนี้ จึงได้ประสานทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องการรักษา

ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางมูลนิธิเป็นหนึ่ง ให้ช่วยเหลือกรณีการรักษาเด็กวัยหกขวบ ในวันนี้ได้หารือกับกรมการแพทย์ เพื่อประสานสถานพยาบาลในสังกัด เช่น สถาบันโรคผิวหนัง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รวมไปถึงสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในการพิจารณาแนวทางการรักษาผู้ป่วยรายนี้ซึ่งรับเป็นผู้ป่วยใน เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาในวันนี้ และเป็นการรักษาตามสิทธิของผู้ป่วยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่

ขณะที่ พญ.อัมพรกล่าวว่า ในเบื้องต้น จากลักษณะของโรคเข้าข่ายป่วยด้วย Giant Congenital Melanocytic Nevus หรือโรคไฝยักษ์ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งลักษณะเช่นนี้มิได้มีร่องรอยโรคเฉพาะบริเวณผิวหนัง แต่อาจพบผลกระทบต่อระบบอื่นๆ เช่น ระบบประสาทไขสันหลังทำให้มีผลต่อการทรงตัวของเด็ก แผนการรักษาในเบื้องต้นจะต้องตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ ในจุดบริเวณที่เกิดโรคก่อนแล้วทางแพทย์จึงจะวางแผนการรักษาพร้อมกับการรักษาเรื่องการทรงตัวของเด็กไปพร้อมกัน

Advertisement

“ทั้งนี้ โรคดังกล่าวไม่ใช่โรคใหม่เพราะที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมีผู้ป่วยลักษณะนี้เข้ารับการรักษา 5-6 ราย แต่ละรายอาการอาจแตกต่างกันและใช้ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างนาน โดยทางสถาบันสุขภาพเด็กจะรับผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาพร้อมจัดที่พักให้สำหรับญาติที่เข้ามาดูแลเด็กด้วย” พญ.อัมพรกล่าว

ทั้งนี้ กรณีดราม่าที่พบพ่อของเด็กวัยหกขวบเปิดบัญชีขอรับเงินบริจาคเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลของน้องโดยโซเชียลพบว่าเด็กอยู่กับตา ส่วนพ่ออยู่กรุงเทพฯ เงินที่บริจาคจะถูกนำไปใช้ไม่ถูกต้องหรือไม่นั้น พ่อเด็กได้ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่าในขณะนั้นคิดเพียงแค่ต้องการหาเงินเพื่อนำไปรักษาตัวลูกจึงเปิดรับบริจาค แต่หลังมีประเด็นดราม่าตอนนี้ได้ปิดรับบริจาคแล้วซึ่งเงินที่ได้มาประมาณ 100,000 บาทจะนำไปใช้เพื่อการรักษาลูก ยังไม่ได้เบิกมาใช้อะไรเลย ในระหว่างนี้ทางพ่อเด็กจะหารือกับแม่เด็กซึ่งแยกทางกันแล้วเพื่อวางแผนสลับกันเข้ามาดูแลลูกในระหว่างที่พักรักษาตัว เพราะตาที่ดูแลประจำต้องกลับต่างจังหวัด