บิ๊กเต่ายัน เสี่ยโจ้เป็นคนสั่งการลักเรือของกลาง 3 ลำ ออกจากท่าเทียบเรือ โดยมี“นายเล็ก”เป็นผู้จัดการสั่งการลูกเรือ ด้านแชทหลุดระหว่างผู้กำกับน.กับ“เสี่ยโจ้”เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นของจริง เตรียมเรียกตัวสอบปากคำ
เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 19 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ลักเรือน้ำมันเถื่อนของกลาง 3 ลำ จากท่าเทียบ เรือ สัตหีบจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมลูกเรือจำนวน 15 คน ก่อนพบเรือลอยลำอยู่ในพื้นที่น่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย – มาเลเซีย ซึ่งห่างจากท่าเทียบเรือ สงขลา 90 ไมล์ทะเล หรือคิดเป็น ระยะทางกว่า 162 กิโลเมตร พร้อมลูกเรือ 8 คนว่า กรณีที่สื่อมวลชนสงสัยว่า ”นายเล็ก“ ที่ปรากฎมาตามกระเเสข้าวว่าคือใครและมีตัวตนหรือไม่ นั้น ”นายเล็ก“ มีตัวตนจริง เป็นผู้จัดการส่วนตัวของ“เสี่ยโจ้ ปัตตานี” และเป็นคนไทย ช่วงที่มีการจับกุม เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมานายเล็ก มีความพยายามเข้าหาเจ้าหน้าที่ เพื่อขอความช่วยเหลือลูกเ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ยินยอม ซึ่งจากการตรวจสอบคำให้การและทางเทคนิค เชื่อว่านายเล็ก มีความเชื่อมโยง กับเหตุการณ์เรือหายในครั้งนี้และคาดว่าเป็นเจ้าของเงินที่ใช้ประกันตัว ลูกเรือทั้ง 28 คน ซึ่งน่าจะได้รับคำสั่งจากเสี่ยโจ้ อีกทอดหนึ่ง
ส่วนความคืบหน้าการสอบปากคำลูกเรือทั้ง 8 คนเป็นที่น่าพอใจ ยอมรับว่าการสอบปากคำคราวนี้ไต้ก๋งเรือเป็นผู้เปิดทางแสงสว่างให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้รู้ว่า คดีนี้มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งในรูปคดี วันนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ คดีมีความชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้น ไต้ก๋งเรือจึงถือเป็นพยานปากสำคัญ และเป็นผู้ให้แสงสว่างในการคลี่คลายคดี
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยังยอมรับว่า คดีนี้ การรักเรือของกลาง ทั้ง 3 ลำ ถือเป็นการตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแรง ดังนั้นจะต้องดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด ซึ่งตำรวจที่เข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรับสิ่งที่ตามมาให้ได้ ก่อนหน้านี้มีความสุขสบาย จะนั่งอยู่บนกองเงินกองทองก็ไม่ว่ากัน แต่ตอนนี้เมื่อถึงเวลากรรมตามสนองคุณ ต้องยอมรับสภาพให้ได้ ซึ่งเมื่อวาน(19 มิ.ย.)จากการสอบปากคำไต้ก๋งเรือทั้ง 3 ลำทำให้เราได้ความเชื่อมโยงคดีแรกวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมากับคดีเรือหายว่ามีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งหลังจากนี้จะต้องหารือกับทางอัยการถึงมาตรการดำเนินการหลังจากนี้
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่าพื้นที่ทางทะเล หรือท้องทะเล ถือเป็นแดนสนธยา ที่มีผลประโยชน์เข้าไปมีเกี่ยวข้องอย่างมากมายและการตรวจสอบเข้าไปไม่ถึง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ซึ่งบนบกสามารถตรวจสอบได้มากกว่า แต่ทางทะเลตรวจสอบได้แต่ไม่หมด จึงเป็นแดนสนธยาที่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมีบุคคลที่เข้าไป รับผลประโยชน์ จำนวนมาก
ส่วนกรณี ภาพหลุดแชทไลน์“เสี่ยโจ้”กับผู้กำกับอักษiย่อ น. หลุดไปยังสื่อมวลชน จากการตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นแชทไลน์จริง แต่ขอเวลาให้ตำรวจกองปราบและบก.ปปป.ทำงานก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ให้สังคมได้อย่างแน่นอน พร้อมเตรียมเรียกตัวผู้กำกับอักษาย่อ น. สอบปากคำในประเด็น แชทไลน์หลุด ดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ได้ ขอร้องให้สื่อมวลชนและผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะสื่อบางสำนัก นำเสนอข่าวตามความเป็นจริงตามที่ตำรวจให้ข้อมูลเท่านั้นไม่ใช่ นำเสนอบางประเด็น ขยี้เสียจนประชาชนหรือสังคมเกิดความสงสัยและตีความไปอย่างเสียหาย ซึ่งอยากขอร้องว่าให้นำคดีบ้านกกกอกมาเป็นบทเรียน คดีดังกล่าว สื่อมวลชนบางสำนัก ทำให้ผู้ร้ายกลายเป็นพระเอกมีฐานะร่ำรวยขึ้นมาภายในเพียงไม่กี่เดือนแต่สุดท้ายในที่สุดก็ต้องถูกดำเนินคดีเพราะหนีความจริงไปไม่พ้น คดีนี้ก็เช่นเดียวกัน

