ชัชชาติยกเคส ‘ผอ.เขตโดนฟ้อง’ ลุยทะลวงระเบียบสุดสับสน ชม ส.ก.ทำการบ้านยิบ

19.06.24 | 17:55 น.

ชัชชาติยกเคส ‘ผอ.เขตโดนฟ้อง’ ชม ส.ก.ทำการบ้านยิบ ลุย ‘ทะลวงระเบียบติดขัด’ สร้างความสับสน หวัง แก้เดือดร้อนได้ไวขึ้น ปชช.ไม่ต้องรอข้ามปี

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2567

โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระเบียบวาระสำคัญในการพิจารณา ได้แก่ การรายงานผลการตรวจสอบรายงานการเงินของ กทม.สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566, นายชัชชาติรายงานผลการดำเนินการตามญัตติของสมาชิกสภา กทม. รวม 10 เรื่อง และญัตติเกี่ยวที่ ส.ก.เสนอ เกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แนวทางป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ตลอดจน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่เกิดจากพนักงานส่งอาหารเอกชน เป็นต้น

ในตอนหนึ่ง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ขอสอบถามการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการวิสามัญศึกษาเพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน พ.ศ.2536 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้ กทม.ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน พ.ศ.2536 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีความชัดเจนรัดกุม และสอดคล้องกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันสามารถทำได้อย่างถูกต้อง เต็มประสิทธิภาพ และลดปัญหาการฟ้องร้อง

Advertisement

2.กทม.ควรพิจารณายกเลิกแนวทางตามหนังสือที่ กท 1405/9567 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 เรื่อง แนวทางการรับโอนสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ให้เป็นสาธารณประโยชน์ เนื่องจากแนวทางที่กำหนดไว้ในหนังสือดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติอย่างมาก

3.กทม.ควรพิจารณาทบทวนแนวทางตามหนังสือที่ กท 1405/329 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานไม่เกิดความสับสนในการดำเนินการ และสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

4.กทม.ควรจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกลั่นกรองการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในแต่ละกรณีให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

(อ่านข่าว : ส.ก.วิรัช เร่ง กทม.จ่ายงบปี67 บูสต์เศรษฐกิจ -‘กนกนุช’ ร้องแก้กฎ ใช้ทรัพย์สินสาธารณะ)

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. ตอบคำถามกระทู้สดนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะเวลาลงพื้นที่จะพบปัญหานี้ทุกเขต และขอขอบคุณคณะกรรมการวิสามัญฯ ซึ่งได้ศึกษามาอย่างละเอียด จากการประชุมในวันที่ 23 เมษายน มีข้อมูลหลายอย่างที่เพิ่งทราบเช่นกัน มีทั้ง 2 ด้าน

“ในแง่หนึ่ง เราควรจะเข้าไปทำพื้นที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ขณะเดียวกันมีบางเคสที่ ผอ.เขตโดนฟ้อง เพราะเข้าไปทำถนนที่เจ้าของยังไม่อนุญาต หรือบางทีมีประเด็นที่ว่าเราไปทำถนนซึ่งควรจะเป็นหน้าที่ของผู้จัดสรร ที่ไม่ทำตามกฎหมาย กลายเป็นว่าเราไปช่วยเขา มันมีความละเอียดอ่อนอยู่ในแง่ของการเข้าไปดำเนินการ แต่ต้องเรียนว่าทางฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเสริมว่า หลังการประชุม ทางผู้ว่าฯกทม.ได้มีการพูดคุยหลายประเด็นทั้งประเด็นที่สามารถทำได้ และประเด็นที่มีปัญหาทำให้เราไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ และได้สั่งการให้ปลัด กทม.ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งซึ่งเป็นคณะทำงาน เพื่อพิจารณาโดยภาพรวมทั้งหมด วันที่ 13 พฤษภาคม ปลัด กทม.ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาโดยมี รองปลัด กทม.ที่สั่งราชการสำนักงานกฎหมายและคดีเป็นประธานในคณะทำงาน

โดยคณะทำงานชุดนี้จะมีแนวทางสำคัญอยู่ 4 ประการ คือ พิจารณา ปรับปรุง หรือยกร่างข้อบัญญัติหรือระเบียบ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน แนวทางที่มีการออกคำสั่งมาก็ให้มีการพิจารณาเป็นอันดับแรก ถ้าสามารถแก้ไขได้และทำให้หน่วยงานปฏิบัติได้ ข้อนี้จะเป็นข้อสำคัญอีกข้อหนึ่ง

“สุดท้าย หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว รองปลัด กทม.ที่เป็นประธานได้มีการประชุมครั้งแรกคือวันที่ 4 มิถุนายน อย่างที่เรียนไว้ว่าแนวทางคือจะมีการทบทวนปรับปรุงข้อบัญญัติและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันเรื่องการพิจารณายกร่าง หรือยกเลิกแนวทางการปฏิบัติที่ออกไปทั้ง 2-3 ฉบับนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการซึ่งสำนักงานกฎหมายและคดี ได้มีการยกร่างมาแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อดำเนินการตามแนวทางต่อไป” นายจักกพันธุ์กล่าว

ด้าน นางกนกนุชกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาหลัก เนื่องจากในการขอใช้งบของ กทม.นั้น ถ้าไม่ใช่กรณีเร่งด่วน เราจะพิจารณากันปีละ 1 ครั้ง และถ้าหากว่าอยู่ในงบประมาณประจำปี ระยะเวลาในการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาจะมีความยาวเล็กน้อย แต่ถ้าหากเป็นการขอจัดสรรงบประมาณนั้นจะมีการกำหนดระยะเวลาให้ไม่เกินเท่าใด ซึ่งทำให้บางครั้งในการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนต้องข้ามปี

อย่างเช่น ถ้าหากว่าวันนี้มีพี่น้องมาขอให้ทาง กทม.พิจารณาในเรื่องที่จะปรับปรุงก่อสร้าง กว่าจะมีการดำเนินการ พิจารณา กว่าจะมีการขอเงินงบประมาณเพื่อลงไปแก้ไข ปีนี้ พ.ศ.2567 กว่าจะใช้ได้ก็ต้องปี พ.ศ.2569 กว่าจะดำเนินการก่อสร้างก็เกือบจะหมดปีงบประมาณ 2569 แล้ว ดังนั้น ความเดือดร้อนของประชาชนอยากให้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

ต้องขอขอบคุณที่ฝ่ายบริหารได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะในความเดือดร้อน 1 ความเดือดร้อน ถ้าหากจะต้องใช้เวลาถึง 2-3 ปีขึ้นมา มันไม่ใช่ปัญหาแล้วเรียกว่ามันเป็นอะไรที่จะอาจจะดำเนินการในอีก 3 ปีข้างหน้า

ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พื้นที่ร่วมกันจึงมีความสำคัญถือเป็นหัวใจ 1 ของการพัฒนาโครงสร้างโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เดือดร้อนและมีความจำเป็น จึงอยากฝากท่านประธานไปยังฝ่ายบริหารว่า ต้องขอขอบคุณที่เห็นเป็นกรณีเร่งด่วน และให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม เป็นเคสที่ควรจะต้องปรับปรุงหรือจะต้องแก้ไข ขณะเดียวกันพวกเราที่เป็นสมาชิกสภากรุงเทพฯแห่งนี้ ก็จะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยคัดกรองในเรื่องของปัญหาเหล่านั้นให้ ก่อนที่จะมีการนำเสนอสู่สภาแห่งนี้ก่อนจะนำเรียนให้ผู้ว่าฯกทม.ให้พิจารณาผลักดันให้มีการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่” นางกนกนุชกล่าว