จับจนท.สปก.โคราช ออกหนังสือครอบครอง600ไร่เอื้อนายทุน จ่อดำเนินคดี13นอมินี

20.06.24 | 18:35 น.

ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. ปฏิบัติการกวาดบ้านให้ส.ป.ก. จับ4 ผู้ต้องหา เป็นขรก.สปก.2 ออกเอกสารครอบครองเอื้อนายทุนสร้างโรงงาน เสียหาย 600 ไร่ พบ 13 คนส่อเป็นนอมินีเตรียมดำเนินคดี


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม อาคารประชาอารักษ์ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป., พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปปป. ร่วมกับ นายจักรกฤช ตันเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบการ ทุจริตในภาครัฐ 2 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านให้ ส.ป.ก. คืนความเป็นธรรมให้เกษตรกร” โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ดังนี้ 1.นายอัครเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 22/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2567 สถานที่จับกุม บริเวณท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ถนนดำรงรักษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 2.นายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 23/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2567 สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสวนสุขภาพอ่างสุระ 2 ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 3.นางวิไลลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 24/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2567 สถานที่จับกุม บริเวณกระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
4.นายโชคศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 25/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2567 สถานที่จับกุม บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” (ป.อาญา ม.151, 157, 172, 83 และ พ.ร.ป.ปปช. มาตรา 172)

สืบเนื่องจาก บก.ปปป.ได้สืบสวนกรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ย.66 มีผู้กล่าวหา เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จ.นครราชสีมา ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการปล่อยปละละเลยให้โรงงานแห่งหนึ่งปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นเหตุให้ทรัพยากรบริเวณดังกล่าวเสียหาย จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นบ่อน้ำ และมีน้ำเสียปะปนอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าวครอบครองที่ดินของ ส.ป.ก. โดยมิชอบ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 และได้ทำการขุดบ่อปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงในที่ดินของ ส.ป.ก.มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

เมื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีการฉ้อฉล ปลอมเอกสารสิทธิ เร่งรัดดำเนินการการออกหนังสืออนุญาตให้ เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) บริเวณดังกล่าวให้กับประชาชนจำนวน 13 ราย เพื่อให้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินสามารถถือครองที่ดินแทนบริษัทในลักษณะเป็นนอมินี โดยระบุว่ารับกระจายสิทธิมาจากโรงงานอุตสาหกรรมนี้ เพื่อเลี้ยงปลา และเพาะเลี้ยงสาหร่าย ซึ่งโดยสภาพพื้นที่ไม่อาจอนุญาตให้ประชาชนเข้าทำการเกษตรได้

Advertisement

ซึ่งการกระทำนี้ ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานสังกัด ส.ป.ก.จ.นครราชสีมา และการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. อันทุจริตนี้ เป็นเหตุให้ที่ดินของ ส.ป.ก.เสียหายกว่า 600 ไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ 2 ราย และขอหมายค้น จำนวน 14 จุด

จนวันนี้ บก.ปปป.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และได้รับการประสานงานจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา ได้วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา และเข้าค้นจุดต้องสงสัย พร้อมกัน 14 จุด ในเขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา อุดรธานี และกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทีมคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาฯ เป็นผู้ประสานงานกับเลขาธิการ ส.ป.ก. สนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา และนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทุกรายยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทั้งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ในการปัดกวาดปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการจัดสรรที่ดินที่ไม่ได้รับความสะดวกและมีปัญหาด้านข้อกฎหมายเกือบทั่วประเทศ โดยที่ จ.นครราชสีมา นั้น พบปัญหาการร้องเรียนมานานแล้วหลายครั้งและค่อนข้างเด่นชัดว่า เจ้าหน้าที่รัฐสังกัด ส.ป.ก.มีปัญหา ซึ่งปฏิบัติการวันนี้เป็นเพียงแค่ระยะแรก โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและจะเปิดปฏิบัติการในระยะที่ 2 ต่อไป เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนมาอย่างยาวนาน ยอมรับว่าปัญหานี้อาจมีผู้มีอิทธิพลมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทุกหน่วยงานจะบูรณาการในการกวาดล้างและปราบปรามปัญหาอย่างเต็มที่

สำหรับประชาชน 13 รายที่ทำหน้าที่เป็นนอมินีในการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ในคดีนี้นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า อยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้ว่า ทั้ง 13 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งหากพบว่ามีส่วนกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์ยอมรับว่า กระบวนการสอบสวนคดีนี้ดังกล่าวค่อนข้างล่าช้า แต่เนื่องด้วยเป็นการใช้เวลาไล่สอบสวนตั้งแต่ต้นทางร่วมกับหลายหน่วยงาน จนพบว่า เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จ.นครราชสีมาทั้ง 4 ราย มีส่วนร่วมในการออกเอกสารสิทธิ 4-01 โดยมิชอบ โดยเฉพาะการไม่ตรวจสอบประวัตินอมินี 13 รายว่าเป็นเกษตรกรจริงหรือไม่ ไปจนถึงการที่สามารถออกรังวัดและเอกสารได้ภายในวันเดียว ทั้งที่ระยะเวลาออกเอกสารต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30-60 วัน