แม่สุดทน ร้องสื่อถูก ร.ต.อ.รีดเงิน 3 หมื่น แลกไม่ดำเนินคดี ล่าสุดคืนแล้วหลังตกเป็นข่าว ผกก.จ่อตั้งกก.สอบ

24.06.24 | 11:46 น.

แม่สุดทน ร้องสื่อถูก ร.ต.อ.รีดเงิน 3 หมื่น แลกไม่ดำเนินคดี ล่าสุดคืนแล้วหลังตกเป็นข่าว ผกก.จ่อตั้งกก.สอบ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน น.ส.ปาล์ม (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง ร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายชื่อ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมพวกถูกจับกุมหลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนของโรงพักแห่งหนึ่ง โดยตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืน ก่อนสอบปากคำแล้วนำตัวส่งศาลเด็กและเยาวชน และทางญาติได้ประกันตัวออกมา จนกว่าคดีถึงที่สุด แต่ต่อมา ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ติดต่อมายังแม่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้เป็นแม่ด้วย ในข้อหาปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลบุตรหลาน

โดยได้โทรติดต่อกับผู้เป็นแม่หลายครั้ง ว่าหากจะไม่ถูกดำเนินคดี ผู้เป็นแม่ต้องมีไอ้นั่นมาแลก ตอนแรก ตนจ่ายเงินไป 3,000 บาท แต่ร้อยเวรเจ้าของคดีบอกว่าไม่พอ ต่อมาได้โทรมาคุยหลายครั้งว่าต้องมากกว่านั้น บางครั้งตนไม่รับสายเพราะต้องทำงาน โดยจังหวะโทรหากไม่รับสาย ร้อยเวรคนดังกล่าวก็จะบุกมาถึงที่ทำงานที่ตนเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองพัทลุง และบอกว่าเมื่อไหร่จะจ่าย ตนบอกไม่มีเงินจริงๆ มีรายได้วันละ 300 บาท และต้องเลี้ยงลูก 3 คน ตนไม่มีจริงๆ

พอไม่ได้ก็จะกลับและโทรมาหาใหม่ว่าไอ้นั่นได้ยัง ตนบอกตนไม่มี ซึ่งหากไม่รับโทรศัพท์ก็จะมาหาที่ทำงานอีก จนตนสงสารเพื่อนร่วมงานและบุคลากรของโรงเรียน ที่รับทราบเรื่อง กลัวโรงเรียนจะเสียหาย เพราะบางวันร้อยเวรคนดังกล่าวมาในเครื่องแบบ และมาหานอกเครื่องแบบ จนถึงวันนี้ 3 ครั้งแล้ว

Advertisement

น.ส.ปาล์มกล่าวว่า วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ. เจ้าของคดีลูกชาย ได้โทรมาอีก แต่ตนไม่รับ เลยไปหาที่ทำงานบอกว่า จะให้เส้นตายวันนี้หากไม่นำเงินมาจ่ายให้ 30,000 บาท วันที่ 24 มิ.ย.นี้ ไปพบที่ สภ.เมืองพัทลุง เพื่อตั้งข้อกล่าวหา ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลาน

น.ส.ปาล์มกล่าวต่อว่า ก่อนที่ ร.ต.อ. ได้เดินทางกลับ ตนได้ติดต่อหาญาติเพื่อขอยืมเงิน ก่อนโทรไปขอต่อรองจาก ร.ต.อ.นายนี้ว่า 30,000 บาทตนไม่มีจริงๆ ขอต่อรองเหลือ 15,000 บาทได้หรือไม่ แต่เงินนั้นตนขอยืมจากพ่อก่อน 10,000 บาท บวกกับตัวเองขอยืมเพื่อนอีก 5,000 บาท

น.ส.ปาล์มกล่าวอีกว่า เพราะตนกลัวจะถูกดำเนินคดีขึ้นศาล มันยุ่งยากและไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนอีก พอยืมเงินได้ 15,000 บาท ได้โทรไปหา ร.ต.อ. ว่าโอนได้หรือไม่ ร.ต.อ.บอกโอนไม่ได้ เอาเงินสดอย่างเดียว เดี๋ยวขับรถไปเอาเอง ให้ไปเอาที่ไหน

น.ส.ปาล์มกล่าวด้วยว่า ที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง ขณะที่ตนไปรอหน้าตู้เอทีเอ็ม ร.ต.อ.ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวฟ้า ใส่เสื้อยืดสีดำแบบตำรวจ หน้าอกด้านซ้ายมีโลโก้ ก่อนตนกดเงินให้ 15,000 บาท ตามคลิปที่ถ่ายไว้

น.ส.ปาล์มกล่าวว่า พอรับเงินเสร็จ ร.ต.อ.ยังถามอีกว่า “ลูกมึงอยู่ไหน” ตนบอกว่าอยู่บ้าน ร.ต.อ.ยังกล่าวอีกว่า “ลูกมึงมันร้ายนะ” ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

น.ส.ปาล์มกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ลูกชายโดนจับ และอยู่ในระหว่างประกันตัว ร.ต.อ.นายนี้ ได้เรียกสอบปากคำลูกในช่วงเวลา 21.00 น. ทั้งที่ลูกชายเป็นเด็กและเยาวชน 16 ปี โดยไม่มีสหวิชาชีพ ตนได้โทรไปบอกญาติ ก่อนญาติบอกไม่ต้องไปสอบปากคำอะไรยามค่ำคืน

น.ส.ปาล์มกล่าวอีกว่า และ ร.ต.อ.เรียกเงินตบทรัพย์แบบนี้ ไม่เป็นธรรมกับตนและครอบครัวเลย ลูกชายผิดก็ให้เขาดำเนินคดีตามกฎหมาย เราผิดก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินให้เราจ่ายเงินแทนคำพิพากษาของศาล

น.ส.ปาล์มกล่าวด้วยว่า เบื้องต้นยังไม่กล้าแจ้งความ เพราะกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวดังกล่าว

ขณะผู้สื่อข่าวได้เดินทางมายัง สภ.เมืองพัทลุง เพื่อที่จะสอบถาม พ.ต.อ.จุมพฎ เลี่ยมแก้ว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพฤติกรรมของร้อยเวร พนักงานสอบสวนคนดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร ในเบื้องต้น

ขณะที่ไทม์ไลน์ของหลักฐาน เป็นคลิปที่เจ้าตัวอัดเสียงตอนคุยกับ ร.ต.อ.นายนี้ 2 ครั้ง ในวันนี้ คุยเรื่องจำนวนเงินที่จ่าย และนัดหมายในจุดที่ ร.ต.อ.มารับเงิน และคลิปภาพตอน ร.ต.อ.ขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อยืดสีดำ มาที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อน น.ส.ปาล์มที่ใส่เสื้อสีน้ำตาลไปกดเงิน 15,000 บาท แล้วหยิบมานับ ก่อนยื่นให้ ร.ต.อ.แล้วขี่รถออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามหลังเป็นข่าว ตร.นายดังกล่าวได้นำเงินจำนวน 15,000 บาท มาคืน น.ส.ปาล์มแล้วหลังเป็นข่าวทำให้ตกใจกลัว เลยนำเงินที่เอาไปทั้งหมด มาคืนให้ที่ทำงาน โดยวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนบอกแม่ว่าเอาเงินคืนไป และหากว่างหรือสะดวก ให้ไปหาผมที่โรงพักเพื่อให้ปากคำชี้แจงผู้บังคับบัญชาหน่อย

ด้าน พ.ต.อ.จุมพฎ เลี่ยมแก้ว ผกก. สภ.เมืองพัทลุง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องจากสื่อ และเชื่อว่าข้อมูลที่สื่อได้มาคือเรื่องจริง และจะเรียกตำรวจคนดังกล่าวมาสอบถามเพื่อหาข้อมูลที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้เสียหายและตำรวจ ทุกอย่างอยู่ภายใต้หลักฐานที่เป็นจริงๆ จะไม่อุ้มตำรวจหากกระทำผิด

ขอบคุณ : ข่าวสด