จับนางนกต่อ วัย 15 ลวงด.ญ.13 ไปให้พ่อค้ายาขืนใจแลกเสพยาฟรี แม่โวยลูกโดยใส่ร้าย

24.06.24 | 19:45 น.

จับนางนกต่อวัย 15 ลวง ด.ญ.13 ไปให้พ่อค้ายาข่มขืนแลกกับได้เสพยาฟรี แม่โวยลูกโดนใส่ร้าย


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน พ.ต.ท.มานิตย์ แก้วเจริญ รอง ผกก.หน.สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี นำกำลังจับกุม น.ส.ณี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาว ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ที่ 5/2567 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2567

โดยกล่าวหา “เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่ออนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ โดยปราศจากเหตุอันสมควร ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่ออนาจาร ร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ ส่งเสริมหรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสียต่อการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก และ ร่วมกันค้ามนุษย์” โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 นางเอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี นำ ด.ญ.บี นามสมมติ อายุ 13 ปี ลูกสาว เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ด.ญ.บี โดน น.ส.ณี อายุ 15 ปี และนายกัส อายุ 30 ปี เพื่อนรุ่นพี่ล่อลวงไปให้ นายบอล อายุ 40 ปี ข่มขืนกระทำชำเราที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี เหตุเกิดวันที่ 13 มีนาคม 2567 ซึ่ง ด.ญ.บี ได้ไปเล่นกับ น.ส.ณี ประจำ วันเกิดเหตุ น.ส.ณี ชวน ด.ญ.บี ขึ้นรถเก๋งไปกับนายบอล และนายกัสแฟน น.ส.ณี แล้วไปเช่ารีสอร์ทแห่งหนึ่งอยู่ด้วยกัน 4 คน ต่อมา น.ส.ณีและนายกัสได้ออกไปทำธุระ ปล่อยให้ ด.ญ.บีอยู่กับนายบอลสองต่อสอง จึงโดนนายบอลข่มขืนกระทำชำเรา 1 ครั้ง พร้อมกับข่มขู่ห้ามบอกใคร

Advertisement

เมื่อ น.ส.ณีและนายกัสกลับมาก็ไม่กล้าเล่าให้ฟัง หลังจากกลับบ้าน ด.ญ.บี ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายและพี่สาวฟัง และพี่ชายได้เล่าให้แม่ฟัง จึงพามาแจ้งตำรวจที่ สภ.ห้วยหลวง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบจึงมาร้องเรียนสื่อ ให้ช่วยติดตามคดีให้ด้วย ซึ่งต่อมาวันที่ 20 มีนาคม 2567 ตำรวจได้จับกุมนายปัญญา เหนือจำทิศ หรือบอล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 /1 หมู่ 1 ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 105/2567 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2567 ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าแค่กอดจูบลูบคลำไม่ได้ข่มขืน และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากนั้นวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ได้จับกุมนายสุรศักดิ์ เหนือจำทิศ หรือกัส อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/1 หมู่ 9 ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 187/2567 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ในข้อหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่ออนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” ซึ่งนายสุรศักดิ์ หรือกัส ให้การภาคเสธว่า ไม่ได้ล่อลวงหรือบังคับ ด.ญ.บี ไปให้นายบอล ข่มขืน แต่ ด.ญ.บี สมัครใจและเต็มใจไปด้วย และเสพยาบ้า ตำรวจจึงปัสสาวะ พบสารเสพติดในร่างกาย จึงนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน น.ส.ณี ให้การว่า ตนและด.ญ.บี รู้จักกันและมาเล่นกับตนประจำ ซึ่ง ด.ญ.บีเป็นคนเกเร ไม่ไปเรียนหนังสือ และชอบจะมานอนอยู่บ้านตน เย็นวันเกิดเหตุ ด.ญ.บีทักแชทมาบอกว่าจะมาเล่นกับตนที่บ้าน ไม่นานก็เห็น ด.ญ.บี นั่งรถเก๋งมากับนายบอลและนายกัส มาหาตนที่บ้าน ก่อนจะชวนกันไปขับรถเล่น ซึ่งนายบอลได้พาไปเปิดรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่บ้านสามพร้าว เข้าไปนอนเล่นมือถือและกินน้ำกระท่อม ส่วนตนนั่งเล่นอยู่หน้าห้อง ซักพักตนหิวข้าว จึงชวนนายกัสออกไปซื้อข้าวที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ตนก็ได้ชวน ด.ญ.บีไปด้วย แต่ ด.ญ.บีไม่ไป ขออยู่ในห้องเล่นมือถือ

“ตนชวนน้องถึง 3 ครั้งเพราะเป็นห่วงน้องไม่อยากให้อยู่ในห้องกับนายบอล แต่น้องยืนยันไม่ไป ตนจึงไปกับนายกัสสองคน ประมาณ 1 ชม.ก็กลับมาที่รีสอร์ท ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ส่วนน้องบีไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยว่าโดนนายบอลข่มขืน จนเวลา 05.00 น. นายบอลจึงไปส่งพวกตนกลับบ้าน จนวันนั้นก็ไม่พบกันอีก”

ส่วน นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 47 ปี แม่ น.ส.ณี เล่าว่า ด.ญ.บี เป็นเด็กเกเรไม่เรียนหนังสือ จะมาเล่นที่บ้านกับลูกสาวตนประจำ น.ส.ณีไปไหนก็จะขอไปด้วย และมักจะมานอนมากินที่บ้านตน ถ้าวันไหนไม่กลับบ้านตนก็จะไปบอกแม่มารับ ด.ญ.บี ให้มารับลูกกลับบ้าน พอวันนี้ลูกสาวมาโดนตำรวจจับ ก็รู้สึกเสียใจที่คนรู้จักกันมาทำแบบนี้ เชื่อว่าลูกสาวโดนกลั่นแกล้งและใส่ร้ายมากกว่า

ซึ่งจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่า น.ส.ณี และนายกัส เป็นแฟนกัน ได้ล่อลวง ด.ญ.บี ไปให้นายบอลซึ่งมีประวัติค้ายาบ้าข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อแลกกับการได้ยาบ้าจากนายบอลมาเสพฟรี จึงถือว่าได้ผลประโยชน์ จึงเข้าข่ายเป็นธุระจัดหาและค้ามนุษย์ หลังจากนายบอลข่มขืน ด.ญ.บีแล้ว ก็ได้พูดข่มขู่ห้ามบอกใคร และจะเรียกมาร่วมหลับนอนด้วย หากไม่มาก็ต้องไปลวงเพื่อนมาแทน ซึ่ง ด.ญ.บีทนไม่ได้จึงเล่าให้พี่ชายพี่สาวและแม่ฟัง และมาแจ้งตำรวจให้จับกุมแก็งค์ดังกล่าวยกแก๊ง