ผู้ค้าตลาดโต้รุ่งประชานิเวศน์1 ร้องกทม. บังคับย้ายผู้ค้า ขณะพื้นที่รองรับยังไม่มีความพร้อม

15.02.17 | 16:49 น.

เมื่อ เวลา 14.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ผู้ค้าตลาดนัดโต้รุ่งประชานิเวน์1 เดินทางมาร้องทุกข์กทม. กรณี กทม. โดยสำนักงานตลาด กำหนดให้ผู้ค้าตลาดโต้รุ่งฯ ย้ายออกจากพื้นที่ไปยังสถานที่ที่สำนักงานตลาดได้จัดเตรียมไว้ให้ คือ บริเวณหลังตลาดสดประชานิเวศน์ 1 ภายในวันที่15 กุมภาพันธ์ แต่ผู้ค้าพบว่าพื้นที่ที่สำนักการตลาดได้จัดเตรียมไว้ให้นั้น ไม่มีความพร้อม และไม่เหมาะสำหรับทำการค้าขาย โดยส่วนใหญ่มีการค้าขายอาหารปรุงสุก ทั้งนั่งรับประทานที่ร้าน และซื้อกลับบ้าน จึงเดินทางมายื่นหนังสือ ขอให้กทม.ขยายเวลาให้ขายที่เดิมไปก่อน จนกว่ากทม.จะปรับปรุงสถานที่รองรับใหม่ให้เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ เช่นปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นซีเมนซ์ หรือแอสฟัลส์ และทำรางระบายน้ำ

นายเชษ เขมาภิรมย์ อายุ 42 ปี กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุอาคารซึ่งติดกับตลาดสดประชานิเวศน์ 1 ถล่มลง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 สำนักงานตลาด ได้แจ้งผู้ค้าตลาดโต้รุ่งว่า มีความกังวลเป็นห่วงผู้ค้าขายตลาดโต้รุ่งที่อยู่ใกล้กลับอาคารถล่มจะสุ่มเสี่ยง และไม่ปลอดภัย หากยังอยู่ใกล้แนวอาคาร จึงกำหนดให้ผู้ค้าตลาดโต้รุ่ง จำนวนกว่า 90 ร้านค้า ย้ายออกจากพื้นที่ โดยให้ย้ายไปยังพื้นที่ที่กทม.จัดเตรียมไว้ให้คือบริเวณหลังตลาดสดซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาคารถล่ม แต่กทม.ได้รื้อซากอาคารถล่มออกจากพื้นที่แล้ว พร้อมปรับสภาพ ขีดสีตีเส้นแบ่งล็อกแผงค้า แต่เมื่อไปดูพื้นที่จริง ลักษณะพื้นที่เป็นหินคลุก มีฝุ่น เศษปูน ซีเมนต์ จึงกังวลว่าไม่เหมาะสมต่อการค้าขายอาหาร เพราะผู้ค้าตลาดโตรุ่งประชานิเวศน์ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ขายอาหาร

“สำหรับวันที่กทม.กำหนดให้ผู้ค้าย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่15 กุมภาพันธ์นี้ ผู้ค้าอยากขอให้กทม.ผ่อนผันเวลาออกไปก่อน พร้อมขอให้กทม.ปรับปรุงพื้นที่ให้เรียบร้อย เหมาะสมกับการขายอาหาร เมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จ ผู้ค้าพร้อมย้ายไปทันที นอกจากนี้ อยากให้กทม.พิจารณาขยายพื้นที่รองรับเพิ่มเติม โดยปรับปรุงบริเวณข้างๆที่มีการรื้อซากอาคารถล่มออกไปแล้ว เนื่องจากที่รองรับใหม่เล็กกว่าพื้นที่เดิม เกรงว่าจะแออัด” นายเชษ กล่าว