‘ปิยะสกล’ ออกโรงแจงหลัง ‘หมอจุฬาฯ’ จวกกลุ่ม ส.หนัก อาจไม่ทราบความคืบหน้า

15.02.17 | 17:42 น.
กราฟิกมติชน

จากกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “Thiravat Hemachudha” ระบุใจความว่า “ขอให้เกิดการปรับเปลี่ยนในระบบสาธารณสุข ทั้งการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และกลุ่ม ส.อื่นๆ ควรรู้จักบทบาทหน้าที่ตนเอง เรื่องสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคก็ต้องกระจาย ไม่ใช่แค่ สสส.เท่านั้นที่ทำหน้าที่ดังกล่าว…”

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการติดตามและอ่านข้อมูลเหล่านี้ ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ซึ่งตนไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ต้องการสังคมเข้าใจและรับทราบสภาพความเป็นจริง ณ ขณะนี้ว่า ดีขึ้นกว่าเดิม กว่าที่ตนเองจะมาดำรงตำแหน่งมาก สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ยกตัวอย่าง เรื่องงบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพหรือกองทุนบัตรทอง ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)บริหารจัดการนั้น ซึ่งจากข่าวล่าสุดว่าได้รับงบประมาณไม่เพียงพอนั้น อันที่จริงต้องบอกว่า ทุกหน่วยงานเมื่อของบฯจากสำนักงบประมาณแทบไม่มีหน่วยงานไหนได้ตามที่เสนอขอทั้งนั้น อย่างสปสช. ของบประมาณไปประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ได้มาไม่ถึง และสำนักงบฯให้เพิ่มอีก 500 ล้านบาท ก็อย่างที่เคยแจ้งไปแล้วว่า จริงๆงบประมาณที่ได้กลับมาไม่ได้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเลย เพียงแต่ไม่ได้เท่าที่เสนอ เพราะมีโครงการมีสิทธิประโยชน์อื่นๆเพิ่มเข้ามา ดังนั้นต้องบอกว่าไม่ได้ส่งผลต่อประชาชน ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม

“ส่วนประเด็นบุคลากร ปัญหาการบริหารจัดการต่างๆนั้น ขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ก็มีการดำเนินการ มีแผนจัดการต่างๆมากมาย ทุกอย่างอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย อีกทั้ง ในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ไม่ได้ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) บริหารจัดการหน่วยงานเดียวทั้งประเทศ เพราะขณะนี้กระบวนการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรเงินมีระบบตรวจสอบ คัดกรองดีกว่าเดิมมาก อย่างเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคนั้น สสส.ได้มาช่วยสนับสนุนให้กับหน่วยงานปกติ อย่างกรมต่างๆ ของสธ. เช่น กรมอนามัย คือ หันมาทำงานร่วมกันมากขึ้น หน่วยงานต่างๆรู้บทบาทมากขึ้น ผมว่าทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม มีความร่วมมือกันมากขึ้น จริงๆเวลานี้เราควรหันหน้ามาพูดคุยกัน อะไรไม่เข้าใจก็ควรสอบถามกันก่อนจะดีกว่า” นพ.ปิยะสกล กล่าว

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. กล่าวว่า ในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สธ.ให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการตามรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ทั้งเรื่องทีมหมอครอบครัว และการพัฒนาระบบปฐมภูมิ โดยเน้นการทำงานเชิงรุก และเชิงรับ เน้นให้หมอเปรียบเหมือนญาติ โดย 1 ทีมหมอครอบครัวให้ดูแลประชากร 10,000 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ให้คำแนะนำด้านสุขภาพทั้งหมด โดยสามารถติดต่อทีมหมอได้ผ่านระบบเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะต้องโทรศัพท์ไปกวนตลอด เพราะปัจจุบันมีโซเชียลฯ อย่างติดต่อผ่านไลน์ได้ แต่หากเจ็บป่วยฉุกเฉินก็จะมีเครือข่ายและติดต่อได้เลย สิ่งสำคัญคือ ขณะนี้กำลังดำเนินการ การจะปรับปรุงปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา อย่างอังกฤษทำเรื่องหมอครอบครัวกว่าจะสำเร็จ 10-15 ปี แต่ไทยวางแผน 10 ปี ตอนนี้ก็เริ่มดำเนินการในหลายพื้นที่แล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำ ส่วนที่บอกว่า สธ.เหมือนลูกจ้าง จริงๆได้คุยกันหมด ทั้งสปสช. สสส. มีการทำงานร่วมกันมากขึ้น มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย งานต่างๆ เพื่อให้ขับเคลื่อนได้ ซึ่งก็คงไม่ถึงขนาดสธ.เป็นลูกจ้าง แต่หากเป็นลูกจ้างในแง่ให้บริการประชาชน ก็เป็นเรื่องดีเรื่องถูกไม่ใช่หรือ เพราะต้องคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนมากกว่า

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาสปสช. กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นมากสธ.และสปสช.มีการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เปิดเผยข้อมูลร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนนั้นมาจากหลายปัจจัย ซึ่งทุกส่วนก็ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาตลอด และยึดถึงประชาชนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตระกูล ส และกระทรวงสาธารณสุขทำงานแบบเป็นเพื่อนกันเพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพ ไม่มีใครเหนือใคร ซึ่งสปสช.เองจากการทำงานร่วมกับ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด.สธ.ท่านเป็นคนดีมาก มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และยังบอกว่า สธ.ก็ถือเป็นหนึ่งใน ส.ทั้งหมดด้วย

Advertisement

นายประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ข่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในฐานะโฆษก สสส. กล่าวว่า สำหรับงบประมาณของสสส. เป็นส่วนเพิ่มจากภาษีบาป โดยนำส่วนนี้ไปสนับสนุนการทำงานของกลไกหลักต่างๆ ดังนั้นด้านการทำงาน จึงมีหน้าที่ทำงานเสริม สธ.เท่านั้น เป็นเหมือนช่วยกันขับเคลื่อนเท่านั้น อย่างการทำงานร่วมกันระหว่างสธ.กับสสส.นั้น มีเวทีที่เรียกว่า 9 คูณ 9 คืองาน 9 ด้าน 9 ส่วนจากกรมต่างๆ ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ มีส่วนร่วมในการกำหนด และรับนโยบายจากรัฐบาลมาช่วยทำงานด้วย

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา