เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่สน.เตาปูน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน และพ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย สว.สส.สน.เตาปูน ร่วมกันแถลงจับกุมนายไพฑูรย์ หรือเช่ มูลนาค อายุ 36 ปี นายฐีติณัฎฐ์ หรือโต้ จันทร์แก้ว อายุ 20 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี นายสิโรจน์ หรือตรี พงษ์วิชัยอัมพร อายุ 21 ปี และ นายนพพร หรือโบ๊ต พรรสันถาน อายุ 21 ปี ชาวจ.นนทบุรี ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ โดยจับกุมนายไพฑูรย์ ได้ที่โรงเรียนพาญิชยการแห่งหนึ่ง

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกต่อพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน และเดินทางไปร้องทุกข์กับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ว่าผู้เสียหายและครอบครัวถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายและกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ จึงสั่งการให้ดูแลคดีโดยด่วน กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาเอาไว้ได้
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 ราย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนปล่อยตัวกลับ เพราะผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่ได้ออกหมายจับ จากนี้จะตรวจสอบพยานหลักฐานหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป
ด้านนายก้อง (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บพ 2435 พิษณุโลก มากับ น้องชายและแม่ อยู่ในซอยเขมาเนรมิต ก่อนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีนายฐีติณัฎฐ์ เป็นคนขับ และมีนายพีระพล นั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง จึงรีบลงจากรถพร้อมน้องชายและแม่เพื่อไปไกล่เกลี่ย โดยตนรับว่าเป็นคนผิด จึงโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่บริษัทประกันรถเพื่อให้มาที่เกิดเหตุ เจรจาเรื่องค่าเสียหาย แต่ระหว่างกำลังติดต่อประกันอยู่นั้น นายฐีติณัฎฐ์ โทรศัพท์ไปเรียกนายไพฑูรย์ และพวกอีก 4 คน ให้มาที่เกิดเหตุ ก่อนที่นายไพฑูรย์ จะลงมือทำร้ายโดยการเตะที่ใบหน้าตนจนล้มลง ตนจึงวิ่งเข้าไปในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ พอน้องชายเข้ามาช่วยก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบ จนแม่ต้องวิ่งเข้ามากอดน้องชาย แต่ถูกกลุ่มวัยรุ่นกระชากตัวน้องชายออกไปและกระทืบซ้ำอีกครั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นชิงโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป
สอบสวน นายไพฑูรย์ ผู้ต้องหา กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้เสียหายที่ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ อยากฝากไปถึงวัยรุ่นและประชาชนทั่วไป ที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนให้ใจเย็นและคุยกันอย่างมีเหตุผลอย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา เพราะอาจเกิดความรุนแรงต่อชีวิตได้

