วันที่ 15 ก.พ. ที่จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ชาวนาต.โพธิ์ม่วงพันธ์ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ต้องทุกข์หนัก หลังเกิดโรคแมลงบั่ว ระบาดหนักในนาข้าวเสียหายทั้งตำบลกว่าหลายพันไร่ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มียาที่จะรักษาช่วยเหลือต้นข้าวในนาได้เลย จำต้องปล่อยให้ต้นข้าวเสียหายไปตามธรรมชาติ
นางจำเนียง จั่นชีพ อายุ 67 ปี ชาวนาต.โพธิ์ม่วงพันธ์ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนได้ทำนา 23 ไร่ ได้เป็นโรคแมลงบั่ว ที่ระบาดอยู่นี่จะทำให้ต้นข้าวเสียหาย ต้นข้าวจะไม่ออกร่วงข้าวจะออกมาเป็นแบบต้นหอม และตนได้ลงทุนมาเยอะแล้ว ข้าวที่ปลูกไว้ 70 วันแล้วยังไม่มีร่วงข้าวเลย เสียหายหนักมาก และว่อนหน่วยงานที่พอจะรักษาต้นข้าวได้ช่วยลงพื้นที่ดูแลหน่อย เพราะเกษตรกรชาวนาไม่สามารถที่จะหาทาง รักษาต้นข้าวได้ และโรคแมลงบั่ว ก็ไม่เคยพบเจอเลยพึ่งจะเกิดขึ้น แมลงบั่ว จะบินมากับสายลมจะเจาะต้นข้าวและเข้าไปฝั่งไข่ในมดลูกต้นข้าว ทำให้ข้าวไม่ออกร่วง ออกมาเป็นแบบหลอดต้นหอม หลังจกนั้นตัวอ่อนก็จะกัดกินภายในต้นข้าว แล้วพอโตที่จะบินได้ก็ออกจากหลอดไปอีกต้นเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ได้ระบาดทั่วทุ่ง
แมลงบั่ว Orseolia oryzae ตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายยุงหรือริ้นลำตัวยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หนวด และขามีสีดำ เวลากลางวันตัวเต็มวัย จะเกาะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบข้าวบริเวณกอข้าวและจะบินไปหาที่มีแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์เพศผู้มีลำตัวสีน้ำตาลปนเหลืองขนาดเล็กกว่าเพศเมียเพศเมียส่วนท้องมีสีแดงส้มแมลงบั่วจะเริ่มระบาดเมื่อเริ่มฤดูฝนโดยเข้าทางลายตั้งแต่ระยะกล้า หรือช่วงระยะเวลา 25-30 วัน เพื่อวางไข่หลังจากฟักออกเป็นตัวหนอนจะคลานลงสู่ซอกของใบยอดและกาบใบของข้าวเพื่อเข้าทางลายยอดที่กำลังเจริญ ทำให้เกิดเป็นหลอดลักษณะคล้ายหลอดหอม หลอดจะปรากฏภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากที่ตัวหนอนเข้าไปที่จุดเจริญของข้าว ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำลายจะมีอาการแคระแกร็น เตี้ย ลำต้นกลม มีสีเขียวเข้ม ยอดที่ถูกทำลายไม่สามารถออกรวงได้ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก ระยะข้าวแตกกอจะเป็นระยะที่แมลงบั่วเข้าทำลายมากที่สุด

