จับแก๊งคอลชาวจีน-พม่า เปิดพูลวิลล่าเชียงใหม่ โทรหลอกเหยื่อแดนมังกรโอนเงิน

28.06.24 | 12:00 น.

จับแก๊งคอลชาวจีน-พม่า เปิดพูลวิลล่าเชียงใหม่ฐานบัญชาการ โทรหลอกเหยื่อแดนมังกรโอนเงิน สร้างสตอรี่ให้ลงทุนประกันเงินออมระยะยาว


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.จิตติพล ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 สั่งการนำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ตรวจค้น Brick Box Pool Villa & Café ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 65 หมู่ 4 ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา 13 ราย สัญชาติจีน 7 คน สัญชาติเมียนมา 6 คน 1.MR. LUO. FUREN อายุ 23 ปี สัญชาติจีน 2.MISS XIE. YEPING อายุ 43 ปี สัญชาติจีน 3.MR.XIE. JUN อายุ 42 ปี สัญชาติจีน 4.MISS HUANG XIU YUAN อายุ 32 ปี สัญชาติจีน 5.MR. HUANG DONGLIN อายุ 35 ปี สัญชาติจีน 6.MR.XIE WEIQIANG อายุ 24 ปี สัญชาติจีน 7.MR.XIE. XIN อายุ 26 ปี สัญชาติจีน 8.MISS CHIN LAN อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 9.MISS RUN MAY YIN อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 10.MISS YAN KYAIN LAR อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 11.MISS SHOUT AE อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 12.MISS SWAN KYIN อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์ 13.MISS MAR SEE SHAN อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมการ์ดจีน 90 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 9 เครื่อง เอกสารเขียนด้วยลายมือภาษาจีน 1 ชุด บัญชีของกลาง

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 และ 5 ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจากการจับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนในพื้นที่ภาคใต้ โดยพบว่ามีการใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มคนจีนทำงานลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่ จึงได้ทำการสืบสวนตรวจสอบสถานที่พูลวิลล่า Brick Box Pool Villa & Café จว.เชียงใหม่ มีกลุ่มต่างชาติสัญชาติจีน และกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ 10-15 คน จึงได้ตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค และเฝ้าสังเกตการณ์พบว่าสถานที่พักอาศัยกลุ่มชาวจีน มีลักษณะปกปิดเฉพาะกลุ่มคนจีนพักอาศัย มีรั้วกั้น มีกล้องวงจรปิด และมีการเปิดไฟส่องสว่างช่วงกลางคืน เชื่อว่ามีการทำงานของกลุ่มแก๊งคนจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าทำการตรวจค้นภายใน พูลวิลล่า4 Brick Box Pool Villa & Café จว.เชียงใหม่ พบชาวต่างชาติสัญชาติจีน และตางด้าว สัญชาติเมียนมาร์ นั่งทำงานอยู่ภายในห้องพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ทบุ๊ค 8 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 94 เครื่อง และเอกสารภาษาจีน 3 แผ่น

จากการสอบสวนผู้ต้องที่ถูกจับให้การว่า ได้ทำหน้าที่กันเป็นกลุ่มร่วมกันหลอกลวงคนจีนที่ประเทศจีน ให้ลงทุนประกันเงินออมระยะยาว ทุกคนจะมีโทรศัพท์ประจำตัวคนละ 3 เครื่อง

Advertisement

จากนั้นจะมีคนส่งรายชื่อคนจีนมาให้ทางแอปพลิเคชั่นเทเลแกรมในเครื่องโทรศัพท์ของแต่ละคน โดยแต่ละคนมีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าตามที่ได้รายชื่อมา ซึ่งเป็นรายชื่อของผู้ที่ทำประกันภัยซึ่งมีอยู่จริง จากนั้นใช้โทรศัพท์ที่มีประจำตัวแต่ละคน ที่มีอีกสองเครื่องโทรไปหลอกถามคนจีนที่ประเทศจีนว่า ประกันภัยอายุแล้ว ตอนนี้สนใจจะทำประกันต่อหรือจะยกเลิก ถ้าซื้อต่อจะมีราคาโปรโมชั่น มีจ่ายค่าทำประกันในราคา 800-2000 หยวน ถ้าหากมีลูกค้าสนใจก็จะบอกลูกค้าว่าจะหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติ ถ้าหากไม่สนใจก็จะแจ้งให้คนที่ถูกหลอกทราบว่าจะมีพนักงานติดต่อกลับไปเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่ถูกหลอกสำหรับใช้ยกเลิก

จากนั้นจะส่งข้อมูลของผู้ที่สนใจหรือไม่สนใจเข้าไปยังผู้ต้องหาอีกกลุ่มหนึ่งผ่านแอปพลิเคชั่นเทเลแกรม ทำหน้าที่รับช่วงต่อซึ่งจะติดต่อกับคนจีนที่ไม่สนใจทำประกันภัย โดยแจ้งว่าเป็นประชาสัมพันธ์ของเว็บไซต์ จากนั้นก็จะส่งรายละเอียดการทำประกันภัย เมื่อถึงขั้นตอนการชำระเงินเพื่อทำประกันภัย ก็จะส่งต่อให้กับผู้ร่วมกระทำความผิดอีกกลุ่มหนึ่ง และส่งข้อมูลให้ในไลน์กลุ่มแอปพลิเคชั่นเทเลแกรม โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ชื่อ teng xun wei bao แจ้งให้ผู้ถูกหลอก ทราบว่า หากยกเลิกไม่ทำประกันภัยต่อก็จะถูกหักเงินอัตโนมัติ ประมาณเดือนละ 100-300 หยวน จากนั้นจะขอข้อมูลจากลูกค้าเพื่อยกเลิกการทำประกันภัย พร้อมกับส่งข้อมูลการเป็นเจ้าหน้าที่ จากนั้นขอรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชนของลูกค้า เมื่อได้มาแล้วก็จะส่งข้อมูลให้กับผู้ร่วมกระทำผิดอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อดูดเงินจากบัญชีของเหยื่อ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.สอท.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท.กล่าวว่า แก๊งนี้คาดว่าจะหลอกลวงผู้เสียหายวันนับ 10 รายความเสียหายวันละกว่าล้านบาท ขณะนี้พบตัวผู้เสียหายชาวจีนชัดเจน 2 ราย แต่คาดว่าจะมีผู้เสียหายทั่วประเทศจีนทั้งหมดกว่า 20 ราย ซึ่งกรณีนี้ทางตำรวจไซเบอร์จะเดินทางไปประสานงานกับทางการจีนต่อไป ทั้งนี้ หากพบว่ามีชาวต่างชาติที่ทำงานในลักษณะน่าสงสัย เช่น มีการแบ่งห้อง มีการใช้อินเทอร์เน็ต หรือมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาที่ไม่น่าเป็นไปได้ ขอให้แจ้งมายังศูนย์AOC 1441 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสืบสวนการกระทำความผิดและจับกุมต่อไป