ถกบอร์ดค่าจ้างวุ่น! นายจ้างไม่เอาด้วย ชี้ถูกลักไก่ปรับสูตรคำนวณ กังวลขึ้นแบบไร้เพดาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ครั้งที่ 6/2567 ซึ่งมีคณะกรรมการ ประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งใช้เวลาหารือเพียง 1 ชั่วโมงเศษ

นายไพโรจน์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับการแต่งตั้งอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง แทนตำแหน่งที่ว่างลง และการแต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดแทนตำแหน่งที่ว่างลงด้วย เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยการประชุมในครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ
“โดยหลังวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เราจะนำตัวเลขที่ทางจังหวัดส่งมา ไปประมวลภาพของแต่ละจังหวัดว่าแต่ละจังหวัดมีความต้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นอย่างไร มีจังหวัดใดต้องการขึ้นบ้าง
ส่วนเรื่องการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ เรากำหนดไทม์ไลน์ วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อรอการพิจารณาของอนุจังหวัดส่งมาให้กับอนุชุดใหญ่ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้” นายไพโรจน์กล่าว
นายไพโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลจากจังหวัดมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สอบถามความคิดเห็นและยังไม่ได้ผ่านคณะกรรมการไตรภาคี ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับข้อมูลจากจังหวัดทั้งหมดภายใน 31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งต้องติดตามว่าแต่ละจังหวัดมีความประสงค์จะให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่าไร

ทั้งนี้ นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ในการประชุมวันนี้มีวาระการรับรองรายงานการประชุมของครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ซึ่งฝ่ายนายจ้างไม่รับรองรายงานดังกล่าวในข้อที่ 4.3 เนื่องจากมีการระบุว่า เสนอพิจารณากรอบแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในการประชุมครั้งต่อไป โดยให้เลือกแนวทางที่ระบุไว้ในรายงานการประชุม จำนวน 4 แนวทาง โดยฝ่ายนายจ้างเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะควรจะต้องยึดตามสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำที่บอร์ดค่าจ้าง มีมติไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
“สูตรค่าจ้างที่ระบุไว้ในรายงานการประชุมมีการยกเลิกบางส่วนออก ซึ่งส่งผลให้การพิจารณาขึ้นค่าจ้างสามารถทำได้ตามอำเภอใจ ฝ่ายนายจ้างคิดว่าไม่ถูกต้อง จึงไม่รับรองรายงานการประชุมวาระดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่าการที่จะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสูตรการคำนวณที่มีมติไปแล้ว จะต้องมีการตั้งวาระใหม่ขึ้นมา แล้วค่อยส่งไปที่คณะอนุกรรมการวิเคราะห์และปรับปรุงสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ซึ่งทางเราก็ยินดี” นายอรรถยุทธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความสำคัญของมาตรา 87 ที่ถูกตัดออก นายอรรถยุทธกล่าวว่า ในความสำคัญของมาตรา 87 ที่สามารถพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำให้บวกหรือลบได้ร้อยละ 1.5 ถ้ามากไป ก็ลบได้ ร้อยละ 1.5 หรือสามารถเพิ่มได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยลบ มีแต่บวกเพิ่มจากสูตร ซึ่งนายจ้างก็ยินดี ทั้งนี้ มาตรา 87 เดิมเคยมีการกำหนดไว้ที่บวกลบร้อยละ 3 แต่ในการประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 มีการปรับแก้มาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น จึงเหลือบวกลบร้อยละ 1.5 แต่ตอนนี้เป็นการตัดออกทั้งหมด
เมื่อถามถึงจุดยืนของฝ่ายนายจ้างในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ นายอรรถยุทธกล่าวว่า ตนสนับสนุนการพิจารณาการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดย 1.พิจารณาขึ้นในรอบวันที่ 1 มกราคม 2568 ตามทำเนียมปฏิบัติ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นจากบอร์ดค่าจ้างก่อนว่าควรจะปรับหรือไม่ และ 2.หากมีความเห็นว่าควรจะปรับขึ้น ก็ต้องรู้ว่าควรปรับขึ้นเท่าไหร่ในแต่ละจังหวัด หรือจะเป็นการปรับขึ้นแบบโซนนิ่ง
ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ในการจะปรับเปลี่ยนสูตรคำนวณค่าตั้งขั้นต่ำ จะต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณาสูตรร่วมกันระหว่างฝ่ายข้าราชการ นายจ้างและลูกจ้าง ไม่ใช่อยู่ดีๆ เอาสูตรมาแล้วมีการตัดมาตรา 87 ออก
“แบบนี้เราไม่เห็นชอบ เนื่องจากในวงเล็บท้ายมาตรา 87 ระบุว่า หากคณะอนุกรรมการฯ มีการกำหนดสูตรขึ้นมาแล้ว ทางบอร์ดค่าจ้างสามารถปรับขึ้นหรือลงได้ ร้อยละ 1.5 จากสูตร ฉะนั้นเมื่อมีการตัดในส่วนนี้ออก ฝ่ายนายจ้างก็มีความกังวลว่าจะทำให้กลายเป็นการปรับขึ้นอย่างไร้เพดาน” ดร.เนาวรัตน์ กล่าว

